ใครแตะต้องเรา?
เสียง: กัญญา
วันนี้คือวันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน ขอให้เราสงบใจต่อพระพักตร์พระเจ้า
คำอธิษฐาน:
พระบิดาผู้ทรงฤทธานุภาพและทรงดำรงเป็นนิตย์
ขอบพระคุณที่พระองค์ทรงนำเรามาถึงการเริ่มต้นของวันอย่างปลอดภัย
ขอทรงรักษาเราไม่ให้ตกไปในบาปหรือเผชิญภัยพิบัติ
โปรดนำเราให้กระทำสิ่งที่ชอบในสายพระเนตรของพระองค์
โดยพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน
สดุดี 96:8–13 (THSV11)
8 จงถวายพระสิริแด่พระยาห์เวห์สมกับพระนามของพระองค์
จงนำเครื่องบูชามา และเข้ามาในลานพระนิเวศของพระองค์
9 จงนมัสการพระยาห์เวห์ด้วยความงดงามอันบริสุทธิ์
โอ แผ่นดินโลกทั้งสิ้นเอ๋ย จงตัวสั่นต่อพระพักตร์พระองค์
10 จงกล่าวไปท่ามกลางบรรดาประชาชาติว่า “พระยาห์เวห์ทรงครอบครอง
แผ่นดินโลกก็มั่นคง ไม่หวั่นไหว
พระองค์จะทรงพิพากษาประชาชาติทั้งหลายด้วยความเที่ยงตรง”
11 ให้ฟ้าสวรรค์เปรมปรีดิ์ ให้แผ่นดินโลกยินดี
ให้ทะเลคำราม และสิ่งที่อยู่ในนั้นทั้งสิ้น
12 ให้ทุ่งนาเปรมปรีดิ์ และทุกสิ่งที่อยู่ในนั้น
แล้วต้นไม้ทั้งสิ้นในป่าจะร้องเพลงด้วยความชื่นบาน
13 ต่อพระพักตร์พระยาห์เวห์ เพราะพระองค์เสด็จมา
เพราะพระองค์เสด็จมาพิพากษาโลก
พระองค์จะทรงพิพากษาโลกด้วยความชอบธรรม
และชนชาติทั้งหลายด้วยความซื่อสัตย์ของพระองค์
พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิดย์ อาเมน
มาระโก 5:24–34 (THSV11)
24พระองค์จึงเสด็จไปกับเขา มหาชนตามไปและเบียดเสียดพระองค์ 25มีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นโรคโลหิตตกมาสิบสองปีแล้ว 26เธอทนทุกข์ลำบากมากกับหมอหลายคน และสูญสิ้นทรัพย์ที่เธอมี แต่โรคนั้นก็ไม่ได้บรรเทา กลับยิ่งกำเริบหนักขึ้น 27เมื่อหญิงผู้นั้นได้ยินถึงเรื่องพระเยซู เธอก็เดินเข้าไปในฝูงชนที่มาทางข้างหลังพระองค์ และแตะต้องฉลองพระองค์ 28เพราะคิดว่า “ถ้าฉันได้แตะต้องเพียงฉลองพระองค์ฉันก็จะหายโรค” 29ทันใดนั้นโลหิตที่ตกก็หยุดแห้งไป และหญิงผู้นั้นรู้สึกตัวว่าโรคหายแล้ว 30พระเยซูเองก็ทรงรู้สึกทันทีว่าฤทธิ์ซ่านออกจากพระองค์ จึงเหลียวหลังมาหาฝูงชนตรัสว่า “ใครแตะต้องเสื้อของเรา?” 31พวกสาวกทูลว่า “พระองค์ทอดพระเนตรเห็นอยู่แล้วว่าฝูงชนกำลังเบียดเสียดพระองค์ แล้วพระองค์ยังจะทรงถามอีกหรือว่า ‘ใครแตะต้องเรา’?” 32พระเยซูทอดพระเนตรดูรอบๆ เพื่อจะดูว่าใครเป็นคนที่ทำ 33หญิงผู้นั้นก็กลัวจนตัวสั่น เพราะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง จึงมากราบลงทูลพระองค์ตามความเป็นจริงทั้งสิ้น 34พระองค์จึงตรัสกับหญิงผู้นั้นว่า “ลูกหญิงเอ๋ย ที่หายโรคนั้นก็เพราะลูกเชื่อ จงไปเป็นสุขและหายโรคนี้เถิด”
นี่คือพระวจนะของพระเจ้า
ขอบพระคุณพระเจ้า
ใครแตะต้องเรา?
เมื่อพระเยซูทรงดำเนินท่ามกลางฝูงชนที่เบียดเสียด หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีชื่อก็ปรากฏตัวขึ้น นางตกเลือดเรื้อรังมานานถึงสิบสองปี ทนทุกข์มากภายใต้การรักษาของแพทย์หลายคน พยายามหาวิธีเยียวยาทุกทาง ไม่เพียงแต่ไม่หาย ยังเสียทรัพย์สมบัติทั้งหมดไปด้วย
ตามบทบัญญัติของชาวยิว (เลวีนิติ 15:25–27) สภาพนี้ทำให้นางเป็น “มลทิน” ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวจากสังคม และถูกตัดขาดจากการนมัสการในพระวิหาร ลองนึกดูว่านางจะสิ้นหวังเพียงใด ที่ต้องเบียดเสียดฝูงชนเพื่อแตะชายฉลองของพระเยซู
และในทันใดนั้น นางก็หายโรค แต่ถ้าการหายกายเป็นสิ่งเดียวที่นางต้องการ พระเยซูคงไม่จำเป็นต้องหยุด พระองค์กลับหยุดและถามว่า “ใครแตะต้องเสื้อของเรา?”
สาวกต่างงุนงง เพราะมีคนมากมายเบียดเสียดพระองค์อยู่ แต่พระเยซูทรงทราบว่านี่คือการแตะต้องที่แตกต่างออกไป—เป็นการแตะต้องด้วย ความเชื่อจากหัวใจที่สิ้นหวัง
หญิงนั้นจึงออกมาด้วย “ความกลัวและตัวสั่น” ยอมรับสิ่งที่นางได้ทำ แต่แทนที่จะถูกตำหนิ นางกลับได้รับความเมตตา พระเยซูทรงยืนยันการหายโรคต่อหน้าฝูงชน คืนทั้งสุขภาพ เกียรติ และสถานะทางสังคมให้กับเธอ และไม่ต้องอยู่ใต้เงาแห่งความอับอายในฐานะ “ผู้มีมลทิน” อีกต่อไป
ในบทเดียวกันนั้นเอง พระเยซูยังทรงรักษาบุตรสาวของไยรัส นายธรรมศาลา ลูกสาวผู้เป็นที่รักของผู้นำชุมชน พระกิตติคุณวางเรื่องราวสองตอนนี้เคียงข้างกัน—การรักษาหญิงที่ไร้ชื่อและเป็นมลทิน กับการรักษาบุตรสาวของบุคคลที่มีเกียรติ ทั้งสองต่างได้รับพระเมตตาเช่นเดียวกัน เพราะทั้งคู่คุกเข่าต่อพระบาทพระองค์ด้วยหัวใจถ่อมและเต็มด้วยความสิ้นหวัง
เราก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าท่านกำลังเผชิญกับโรคภัย ความทุกข์ หรือภาระใด ๆ จงเอื้อมออกไปหาพระองค์ เพราะพระเยซูยังคงต้อนรับ การแตะต้องแห่งความเชื่อ
คำอธิษฐาน Collect ประจำวัน
พระบิดานิรันดร์
พระบุตรของพระองค์คือพระเยซูคริสต์เสด็จขึ้นสู่พระที่นั่งในสวรรค์
เพื่อทรงครอบครองทุกสิ่งเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและกษัตริย์
ขอทรงรักษาคริสตจักรไว้ในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพระวิญญาณ
และในสายสัมพันธ์แห่งสันติสุข
และโปรดนำสรรพสิ่งทั้งมวลให้มานมัสการแทบพระบาทพระองค์
พระองค์ผู้ทรงพระชนม์อยู่และครอบครองกับพระองค์
ในเอกภาพแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นพระเจ้าเดียว
บัดนี้และสืบไปเป็นนิตย์ อาเมน
เราร่วมรับพระพรผ่านบทเพลง “จงมีความเชื่อในพระองค์เถิด”
ลิงก์ไปยังการนมัสการยามเช้าวันนี้ (Link to today’s Morning Office)
เกี่ยวกับการนมัสการประจำวัน
บทเฝ้าเดี่ยวประจำวันระหว่างสัปดาห์นี้มาจากบทอธิษฐานยามเช้า และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่ริเริ่มโดย คริสตจักรแองลิกันในประเทศไทย โดยมีทั้งผู้รับใช้และสมาชิกจากหลายคริสตจักรมีส่วนร่วม เนื้อหาประกอบด้วยบทอ่านจากสดุดี และอีกตอนหนึ่งจากพระคัมภีร์ พร้อมด้วยบทภาวนาและข้อคิด อาจปิดท้ายด้วยบทเพลงหรือเพลงนมัสการ จุดมุ่งหมายของเราคือช่วยให้คริสตชนทุกคน มีส่วนร่วมในการนมัสการอย่างลึกซึ้ง ขณะเดียวกันก็ตอบสนองต่อความต้องการฝ่ายจิตวิญญาณของผู้เชื่อในปัจจุบัน บทเฝ้าเดี่ยวนี้จัดทำเฉพาะในวันระหว่างสัปดาห์ เว้นวันเสาร์และอาทิตย์
Leave a comment