Daily Devotion

This daily devotion is based on the Anglican Morning Office. It comes with selected readings from the Psalms and another Scripture text, accompanied by reflections and prayers. There is an audio option. It will be best to both read and listen. This devotion is also suitable for family prayers. The link to the entire Morning Office today is provided at the end of this devotion. These devotions are offered for weekdays only and begins on Ash Wednesday, 2025.

1 ธันวาคม 2025


วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม 2025

สัปดาห์แรกของเทศกาลเตรียมรับเสด็จ

เราเริ่มต้นวันใหม่ ด้วยการสงบใจ จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า

เราอธิษฐาน:
สาธุการแด่พระเจ้า พระผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวง
ขอคำสรรเสริญ พระเกียรติ และพระสิริ เป็นของพระองค์เป็นนิตย์
เมื่ออรุณรุ่งของพระองค์ได้ฟื้นฟูพื้นพิภพ นำความสว่างและชีวิตมาสู่สรรพสิ่งทั้งหลาย
ขอให้พวกเราทั้งหลายเปรมปรีดิ์ในวันนี้ซึ่งพระองค์ทรงสร้าง
เมื่อเราตื่นขึ้นจากหลับใหลด้วยความสดใหม่
ขอทรงเปิดตาเราให้เห็นพระพักตร์ และเสริมกำลังมือของเราให้ทำตามพระประสงค์ของพระองค์
เพื่อโลกจะได้ยินดี และถวายสรรเสริญแด่พระองค์
สาธุการแด่พระเจ้า พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์
บัดนี้ และสืบไปเป็นนิตย์ อาเมน

สดุดี‬ ‭47‬:‭1‬-‭4‬
“ชนชาติทั้งหลายเอ๋ย จงตบมือ
จงโห่ร้องถวายแด่พระเจ้าด้วยเสียงยินดี
เพราะพระยาห์เวห์ผู้สูงสุด เป็นที่น่าคร้ามกลัว
ทรงเป็นกษัตริย์ยิ่งใหญ่ เหนือแผ่นดินโลกทั้งสิ้น
พระองค์ทรงปราบปรามชนชาติทั้งหลายให้อยู่ภายใต้เรา
และชาวประเทศทั้งหลาย ให้อยู่ใต้เท้าของเรา
พระองค์ทรงเลือกมรดกของเรา ให้เรา
เป็นสิ่งภูมิใจของยาโคบ ที่พระองค์ทรงรัก”
‭‭‭
พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์
เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน

‭‭ยอห์น‬ ‭12‬:‭20‬-‭26
“ในบรรดาคนที่ขึ้นไปนมัสการที่งานเทศกาลนั้น
มีพวกกรีกอยู่ด้วย พวกเขาไปหาฟีลิปซึ่งมาจากหมู่บ้านเบธไซดาในแคว้นกาลิลี
แล้วพูดกับเขาว่า “ท่านเจ้าข้า เราอยากจะเห็นพระเยซู”
ฟีลิปจึงไปบอกอันดรูว์ แล้วอันดรูว์กับฟีลิปไปทูลพระเยซู
และพระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า “ถึงเวลาแล้ว ที่บุตรมนุษย์จะได้รับพระเกียรติ
เราบอกความจริงกับพวกท่านว่า ถ้าเมล็ดข้าวไม่ได้ตกลงดินและตายไป ก็จะคงอยู่เมล็ดเดียว
แต่ถ้าตายไปแล้วก็จะงอกขึ้นเกิดผลมาก คนที่รักชีวิตตัวเองต้องเสียชีวิต
และคนที่เกลียดชังชีวิตตัวเองในโลกนี้ จะรักษาชีวิตนั้นไว้นิรันดร์
ถ้าใครจะปรนนิบัติเรา คนนั้นต้องตามเรามา
และเราอยู่ที่ไหน ผู้ปรนนิบัติของเราจะอยู่ที่นั่นด้วย
ถ้าใครปรนนิบัติเรา พระบิดาจะประทานเกียรติแก่ผู้นั้น”

นี่คือพระวจนะของพระเจ้า ขอบพระคุณพระเจ้า

บทใคร่ครวญ: เราอยากเห็นพระเยซู
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องต้อนรับพระเยซูสู่กรุงเยรูซาเล็ม
มีเสียงหนึ่ง แทบจะเป็นเสียงกระซิบ จากกลุ่มคนต่างชาติชาวกรีก
พวกเขาเข้าหาฟีลิปด้วยคำขอที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งว่า
“ท่านเจ้าข้า เราอยากจะเห็นพระเยซู”
คำขอนี้ไม่ใช่เพียงความอยากรู้อยากเห็น
แต่เป็นเสียงสะท้อนของจิตวิญญาณมนุษย์ที่โหยหาความจริง ความหมาย และพระเจ้าองค์เที่ยงแท้

และในเทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ (Advent) นี้เอง
ที่จิตใจของเราเปล่งเสียงร้องเดียวกันนั้นออกมา: “ข้าแต่พระเจ้า เราปรารถนาจะเห็นพระองค์”

พระเยซูทรงตอบสนองต่อคำขอนั้นด้วยคำตอบที่น่าประหลาดใจ
พระองค์ไม่ได้นัดพบพวกเขา แต่ทรงประกาศถึงแก่นแท้แห่งพันธกิจของพระองค์ว่า
“ถึงเวลาแล้วที่บุตรมนุษย์จะได้รับพระเกียรติ” (ข้อ 23)
และทันใดนั้น พระองค์ทรงเปิดเผยว่า พระเกียรติหรือ “พระสิริ” ที่ว่านี้ จะปรากฏผ่านสิ่งใด
“เราบอกความจริงกับพวกท่านว่า ถ้าเมล็ดข้าวไม่ได้ตกลงดินและตายไป ก็จะคงอยู่เมล็ดเดียว
แต่ถ้าตายไปแล้วก็จะงอกขึ้นเกิดผลมาก”
นี่คือหัวใจของข่าวประเสริฐ การจะ “เห็น” พระเยซูอย่างแท้จริง ไม่ใช่การมองเห็นบุคคลภายนอก
แต่คือการเข้าใจความจริงแห่งไม้กางเขน

พระสิริของพระเจ้าไม่ได้สำแดงผ่านอำนาจบารมีแบบโลก แต่ผ่านความรักที่ยอมสละชีวิต
เหมือนเมล็ดข้าวที่ต้อง “ตาย” เพื่อจะเกิดผลและมอบชีวิตใหม่
การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ไม่ใช่ความพ่ายแพ้
แต่เป็นหนทางไปสู่การไถ่บาป และชีวิตนิรันดร์สำหรับคนทั้งปวง

ในเทศกาลคริสต์มาส โลกมักจดจ่ออยู่ที่ภาพทารกน้อยในรางหญ้า
—ภาพที่บริสุทธิ์ อ่อนโยน และปลอบประโลมใจ
แต่พระธรรมตอนนี้ท้าทายให้เรามองไกลกว่านั้น
การรอคอยพระคริสต์ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ ไม่ใช่แค่การรอคอยทารกที่ไม่เรียกร้องอะไรจากเรา แต่คือการเตรียมใจพบกับ พระผู้ช่วยให้รอด ผู้ทรงถูกตรึง และฟื้นคืนพระชนม์

พระองค์ตรัสอย่างชัดเจนว่า “เมื่อเราถูกยกขึ้นจากแผ่นดินโลกแล้ว
เราจะชักนำทุกคนให้มาหาเรา” (ข้อ 32) การ “ถูกยกขึ้น” ในที่นี้หมายถึงการถูกยกขึ้นบนไม้กางเขน
ซึ่งเป็นบัลลังก์แห่งความรัก ที่ยอมสละพระองค์เอง
และด้วยการกระทำอันสูงสุดนี้เอง ที่พระองค์ทรงดึงดูดเราทุกคนให้เข้าไปหาพระองค์

ดังนั้น การเห็นพระเยซูที่แท้จริง คือการเห็นพระสิริแห่งความรักของพระองค์
ที่ชัดเจน และลึกซึ้งที่สุดที่บนไม้กางเขน

เช่นเดียวกับฟีลิปและอันดรูว์ที่ทำหน้าที่เป็นสะพานนำชาวกรีกไปหาพระเยซู
เราเองก็ถูกเรียกให้เป็นสื่อกลางเช่นกัน ภารกิจของเราคือการรับฟังเสียงโหยหาของโลกรอบตัวเรา
และนำพวกเขาไปพบกับพระคริสต์องค์เที่ยงแท้ ไม่ใช่พระคริสต์ในภาพจำที่ตามใจเรา
แต่เป็นพระคริสต์ผู้ทรงเรียกเราให้เดินในเส้นทางของ “เมล็ดข้าว”
คือการยอมตายต่อตัวเอง เพื่อจะเกิดผล เพื่อแผ่นดินของพระเจ้า

ในช่วงเวลาแห่งการเตรียมรับเสด็จฯ นี้ ขอให้เราสำรวจใจของเรา:
เรากำลังมองหาพระเยซูแบบใด? ทารกในรางหญ้า หรือองค์จอมกษัตริย์บนกางเขน?
มีส่วนไหนในชีวิตที่เรายังไม่ยอม “ตาย” เพื่อให้พระคริสต์ได้เกิดผลผ่านชีวิตของเรา?

ขอให้การรอคอยของเราเป็นการรอคอยอย่างมีความหมาย
คือการเตรียมจิตใจให้พร้อมเพื่อพบกับพระองค์ และให้พระสิริแห่งกางเขนเปลี่ยนแปลงชีวิตเรา
เพื่อที่เราจะสามารถมีส่วนนำผู้อื่นให้ได้ “เห็นพระเยซู” อย่างแท้จริง

คำอธิษฐาน:
ข้าแต่พระบิดาเจ้า
เราขออธิษฐานร่วมกับเสียงร้องของผู้แสวงหาว่า “เราปรารถนาจะได้เห็นพระองค์”
ขอทรงเปิดตาเรา ให้แลเห็นพระสิริของพระองค์ มิใช่เพียงในชัยชนะเท่านั้น
แต่ทั้งในความถ่อมพระทัย ในการถวายพระองค์เป็นเครื่องบูชา และในความรักของพระองค์
ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จนี้ ขอทรงนำใจเราให้ใกล้พระองค์
ขอใช้ชีวิตของเราเป็นพระพรนำผู้อื่นมาพบพระองค์
และให้ผู้อื่นได้เห็นพระองค์ในชีวิตของเรา
เพื่อพระเกียรติและพระสิริ เป็นของพระองค์แต่ผู้เดียว
อธิษฐานในพระนามขององค์พระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

เรานมัสการด้วยกันจากบทเพลง โปรดเปิดดวงตา

Youtube Link

.

Link to today’s Morning Office

Leave a comment

Navigation

About

This project is initiated by Revd Canon Terry Wong, Vicar of Marine Parade Christian Centre. Various clergy , pastors and lay members are also contributing in writing or voicing. For feedback or questions, please email Canon Wong at terrywg@gmail.com