วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2025
สัปดาห์ที่ 3 ของเทศกาลเตรียมรับเสด็จ
วันนี้เป็น วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม
กลางคืนผ่านพ้นไปแล้ว และวันใหม่เปิดอยู่ เบื้องหน้าเรา
เราร่วมใจอธิษฐาน ด้วยจิตใจเป็นหนึ่งเดียว
(สงบใจ ในความเงียบ)
ในขณะที่เราชื่นชมยินดี ในของประทานแห่งวันใหม่นี้
ขอให้แสงสว่างแห่งพระพักตร์ ขององค์พระผู้เป็นเจ้า
จุดไฟรักในใจของเรา เพื่อพระองค์
บัดนี้และสืบไปเป็นนิตย์
อาเมน
สดุดี 40:1-3
“ข้าพเจ้าได้อดทนรอคอยพระยาห์เวห์
พระองค์ได้เอนพระองค์มายังข้าพเจ้า
และฟังคำร้องทูลของข้าพเจ้า
พระองค์ได้ทรงฉุดข้าพเจ้าขึ้นมาจากหลุมมรณะ
ออกมาจากเลนตม แล้ววางเท้าของข้าพเจ้าลงบนศิลา
ทำให้ย่างเท้าของข้าพเจ้ามั่นคง
พระองค์ได้ทรงบรรจุเพลงใหม่ในปากข้าพเจ้า
เป็นบทเพลงสรรเสริญพระเจ้าของเรา
คนมากมายจะเห็นและเกรงกลัว และวางใจในพระยาห์เวห์”
พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน
มัทธิว 16:15-24
“แล้วพระองค์ตรัสถามเขาทั้งหลายว่า “แล้วพวกท่านว่าเราเป็นใคร?” ซีโมนเปโตรทูลตอบว่า “พระองค์เป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่” พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ซีโมนบุตรโยนาห์เอ๋ย ท่านก็เป็นสุข เพราะมนุษย์ไม่ได้เปิดเผยเรื่องนี้แก่ท่าน แต่พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์ทรงเปิดเผยให้ทราบ เราบอกท่านว่าท่านคือเปโตร และบนศิลานี้ เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้และพลังแห่งความตายจะมีชัยต่อคริสตจักรไม่ได้ เราจะมอบลูกกุญแจต่างๆ แห่งแผ่นดินสวรรค์ให้ไว้แก่ท่าน สิ่งใดที่ท่านกล่าวห้ามในโลก สิ่งนั้นก็จะถูกกล่าวห้ามในสวรรค์ และสิ่งใดที่ท่านกล่าวอนุญาตในโลก สิ่งนั้นก็จะได้รับอนุญาตในสวรรค์” พระองค์ทรงกำชับพวกสาวกของพระองค์ไม่ให้บอกใครว่า พระองค์เป็นพระคริสต์ ตั้งแต่เวลานั้นมา พระเยซูทรงเริ่มเผยแก่บรรดาสาวกของพระองค์ว่า พระองค์จะต้องเสด็จไปกรุงเยรูซาเล็ม และจะต้องทรงทนทุกข์ทรมานหลายประการจากพวกผู้ใหญ่ พวกหัวหน้าปุโรหิต และพวกธรรมาจารย์ และทรงถูกประหารชีวิต แต่ในวันที่สามพระองค์จะทรงเป็นขึ้นมาใหม่ เปโตรดึงพระองค์ออกมา และเริ่มว่ากล่าวพระองค์ว่า “อย่าให้เป็นเช่นนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้า จะให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดกับพระองค์ไม่ได้” พระองค์จึงหันพระพักตร์มาตรัสกับเปโตรว่า “จงไปให้พ้น เจ้าซาตาน เจ้าเป็นเครื่องกีดขวางเราเพราะเจ้าไม่ได้คิดอย่างพระเจ้า แต่เจ้าคิดอย่างมนุษย์” พระเยซูจึงตรัสกับบรรดาสาวกของพระองค์ว่า “ถ้าใครต้องการจะติดตามเรา ให้คนนั้นปฏิเสธตนเอง รับกางเขนของตนแบกและตามเรามา”
นี่คือพระวจนะของพระเจ้า
ขอบพระคุณพระเจ้า
บทใคร่ครวญ “แล้วพวกท่านว่าเราเป็นใคร?”
เทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ คือช่วงเวลาแห่งการรอคอยอย่างมีความหวัง เราไม่ได้รอคอยอย่างเลื่อนลอย แต่กำลังเฝ้ารอ การมาถึงของแสงสว่างที่จะทะลวงความมืดมิด การสำเร็จของพระสัญญา และการประทับอยู่ของพระเจ้าท่ามกลางเรา
ท่ามกลางการรอคอยนี้ พระเยซูทรงตรัสถามคำถามที่สำคัญที่สุด ซึ่งยังคงก้องกังวานมาถึงเราในวันนี้:
“แล้วพวกท่านว่าเราเป็นใคร?” (มัทธิว 16:15)
ซีโมนเปโตรได้ทูลตอบด้วยคำสารภาพที่มาจากเบื้องบนว่า “พระองค์คือพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่” (ข้อ 16)
คำสารภาพนี้คือรากฐานแห่งความเชื่อและเป็นหัวใจของเทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ เราไม่ได้กำลังรอคอยเพียงทารกน้อยในรางหญ้า แต่เรากำลังรอคอย “พระคริสต์”—องค์กษัตริย์ที่พระเจ้าทรงเจิมไว้ ผู้เป็นความหวังของประชาชาติ เรากำลังรอคอย “พระบุตรของพระเจ้า”—องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เสด็จลงมาบังเกิด เพื่อประทานชีวิตที่ครบบริบูรณ์แก่เรา
แต่สิ่งที่ตามมา หลังคำสารภาพนี้ พระเยซูทรงเปิดเผยว่าการเป็น “พระคริสต์” นั้นหมายถึงอะไร:
“พระองค์จะต้องเสด็จไปกรุงเยรูซาเล็ม และทรงทนทุกข์ทรมาน…และทรงถูกประหารชีวิต แล้วในวันที่สามจะทรงถูกทำให้เป็นขึ้นมาใหม่” (ข้อ 21)
ณ จุดนี้เองที่แผนการของพระเจ้า ขัดแย้งกับความคาดหวังของมนุษย์ เปโตรมี ถ้อยคำ ที่ถูกต้อง แต่มีความ เข้าใจ ที่คลาดเคลื่อน เขาปรารถนากษัตริย์ที่จะมาพร้อมอำนาจและเกียรติทางโลก แต่พระเยซูทรงเป็นกษัตริย์ผู้เสด็จมาเพื่อครองราชย์จากบัลลังก์ไม้กางเขน โลกแสวงหากษัตริย์เพื่อยกชู แต่พระเจ้าทรงประทานกษัตริย์ที่ยอมถ่อมพระทัย สู่ความตายเพื่อเรา เปโตรปรารถนามงกุฎโดยปราศจากกางเขน
เมื่อเราเข้าใจแล้วว่ากษัตริย์ที่เราเฝ้ารอคือใคร คำถามต่อไปคือ เราจะติดตามพระองค์ได้อย่างไร? พระเยซูทรงให้คำตอบที่ชัดเจนและท้าทาย: “ถ้าใครต้องการจะตามเรามา ให้คนนั้นปฏิเสธตนเอง รับกางเขนของตนแบกและตามเรามา” (ข้อ 24)
ดังนั้น การรอคอยพระคริสต์ในเทศกาลนี้ จึงเป็นการเชื้อเชิญให้เราเตรียมชีวิตเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง:
การปฏิเสธตนเอง: นี่ไม่ใช่เพียงการเลิกนิสัยไม่ดี แต่คือการ เปลี่ยนศูนย์กลางของชีวิต จากเดิมที่ “ตัวเรา” เป็นใหญ่ มาเป็นพระคริสต์ คือการยอมสละสิทธิ์ที่จะควบคุมชีวิต และยอมจำนนต่อพระประสงค์ของพระองค์ เป็นการใคร่ครวญว่ามีสิ่งใด—เช่น ความรักสบาย ความต้องการ การยอมรับ หรือความกลัว—ที่ยังคงนั่งอยู่บนบัลลังก์ใจของเราแทนที่จะเป็นพระคริสต์
การแบกกางเขน: นี่คือ การยอมรับการทรงเรียกอย่างตั้งใจ คือการเลือกเดินในหนทางแห่งความรักที่เสียสละ สอดคล้องกับแบบอย่างของพระองค์ในทุกวัน ไม่ใช่เพียงการอดทนต่อความทุกข์ยาก แต่คือการสละความต้องการส่วนตัวเพื่อพระเกียรติของพระเจ้าและเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น
คำถามของพระเยซู “แล้วพวกท่านว่าเราเป็นใคร?” จึงบีบให้เราต้องตัดสินใจ เราพร้อมจะต้อนรับพระองค์ในแบบที่พระองค์ทรงเป็นจริงๆ หรือไม่—กษัตริย์ผู้ถูกตรึง? และเราพร้อมจะตอบสนองต่อการทรงเรียกของพระองค์หรือไม่?
ขอให้เทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ นี้ เป็นเวลาที่เราจะใคร่ครวญอย่างจริงจัง:
กางเขนมีความหมายต่อชีวิตประจำวันของเราอย่างไร?
มีความคุ้นชินหรือทัศนคติใดที่เราต้อง “ปฏิเสธ” เพื่อจะติดตามพระคริสต์ได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น?
คำอธิษฐาน
ข้าแต่พระบิดาเจ้า ขอบพระคุณที่ทรงเปิดเผยให้เราทราบว่า พระเยซูคือพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ ในเทศกาลแห่งการรอคอยนี้ ขอทรงสำรวจและสร้างจิตใจของเราขึ้นใหม่ โปรดประทานความกล้าหาญที่จะปฏิเสธตนเอง และความถ่อมใจที่จะแบกกางเขนของเราติดตามพระองค์ไป เพื่อชีวิตของเราจะสะท้อนถึงความจริงของกษัตริย์ผู้ทรงยอมสละพระองค์เองเพื่อเรา ข้าพระองค์อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน
เรานมัสการด้วยกันในเพลง ที่กางเขน
.
Leave a comment