วันจันทร์ ที่ 8 ธันวาคม
สัปดาห์ที่ 2 ของเทศกาลเตรียมรับเสด็จ
กลางคืนผ่านพ้นไปแล้ว และวันใหม่เปิดอยู่ เบื้องหน้าเรา
เราร่วมใจอธิษฐาน ด้วยจิตใจเป็นหนึ่งเดียว
(สงบใจ ในความเงียบ)
ในขณะที่เราชื่นชมยินดี ในของประทานแห่งวันใหม่นี้
ขอให้แสงสว่างแห่งพระพักตร์ ขององค์พระผู้เป็นเจ้า
จุดไฟรักในใจของเรา เพื่อพระองค์
บัดนี้และสืบไปเป็นนิตย์
อาเมน
สดุดี 44:23-26
“ข้าแต่องค์เจ้านาย ขอทรงตื่นเถิด ไฉนบรรทมอยู่?
ขอทรงตื่นขึ้นเถิด ขออย่าทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เป็นนิตย์
ไฉนพระองค์ซ่อนพระพักตร์เสีย?
ไฉนทรงลืมความทุกข์ยาก และการที่ข้าพระองค์ทั้งหลายถูกบีบบังคับ?
เพราะจิตใจข้าพระองค์ทั้งหลายโน้มถึงผงคลี
ร่างกายของพวกข้าพระองค์เกาะติดดิน
ขอทรงลุกขึ้นมาช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายเถิด
ขอทรงไถ่พวกข้าพระองค์เพื่อเห็นแก่ความรักมั่นคงของพระองค์”
พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน
มัทธิว 14:1-12
“เวลานั้นเฮโรดเจ้าเมืองทรงได้ยินกิตติศัพท์ของพระเยซู จึงตรัสกับพวกบริวารว่า “คนนี้แหละคือยอห์นผู้ให้บัพติศมา ท่านเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว เพราะเหตุนี้ท่านจึงทำการอัศจรรย์ได้” เพราะว่าเฮโรดทรงจับยอห์นล่ามโซ่ขังคุกไว้ เพราะเหตุนางเฮโรเดียส ชายาของฟีลิปพระอนุชาของพระองค์ เพราะยอห์นเคยทูลพระองค์ว่า “พระองค์ไม่มีสิทธิ์รับนางนั้นมาเป็นพระชายา” ถึงเฮโรดมีพระประสงค์จะฆ่ายอห์นก็ทรงกลัวฝูงชน เพราะว่าพวกเขานับถือยอห์นว่าเป็นผู้เผยพระวจนะ แต่เมื่องานฉลองวันประสูติของเฮโรดมาถึง บุตรีนางเฮโรเดียสมาเต้นรำต่อหน้าพวกแขก ทำให้เฮโรดโปรด เฮโรดจึงทรงสัญญาโดยปฏิญาณว่า “เธอจะขอสิ่งใดๆ ก็จะให้สิ่งนั้น” เธอก็ทูลตามที่มารดาแนะนำไว้ว่า “ขอศีรษะยอห์นผู้ให้บัพติศมาใส่ถาดมาให้หม่อมฉันที่นี่เพคะ” กษัตริย์เฮโรดก็ทรงเป็นทุกข์ แต่เพราะเหตุที่ทรงปฏิญาณไว้ และเพราะทรงเห็นแก่หน้าแขกจึงมีรับสั่งอนุญาตให้ แล้วก็ทรงใช้คนไปตัดศีรษะยอห์นในคุก เขาจึงเอาศีรษะใส่ถาดมาให้หญิงสาวนั้น หญิงสาวนั้นก็เอาไปให้มารดา บรรดาสาวกของยอห์นก็มารับเอาศพไปฝังไว้ แล้วก็มาทูลพระเยซูให้ทรงทราบ”
นี่คือพระวจนะของพระเจ้า
ขอบคุณพระเจ้า
บทใคร่ครวญ:
เราเตรียมทางด้วยการกลับใจในเทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ
เมื่อกิตติศัพท์เรื่องการอัศจรรย์ของพระเยซู ไปถึงหูของกษัตริย์เฮโรด แทนที่จะยินดี หรือสงสัย พระองค์กลับตัวสั่นด้วยความกลัว อดีตที่พระองค์พยายามฝัง กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาหลอกหลอนจิตใจ เฮโรดพูด กับบริวารว่า “คนนี้คือยอห์นผู้ให้บัพติศมา ท่านเป็นขึ้นมาจากตายแล้ว” (ข้อ 2) นี่ไม่ใช่คำพูดของผู้ที่มีสติ มีเหตุ มีผล แต่เป็นเสียงร้องจาก “ใจที่ฟ้องผิด” เป็นภาพสะท้อนที่ทรงพลัง สำหรับเราทุกคน ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จฯนี้ นี่เป็นฤดูกาลแห่งการรอคอย และเป็นเวลาเตรียมทาง สำหรับองค์พระผู้เป็นเจ้า
ในสายตาของโลก เฮโรดคือผู้มีอำนาจสูงสุด สามารถสั่งเป็นสั่งตายได้ตามใจปรารถนา แต่พระคัมภีร์เผยให้เห็นความจริง ที่น่าสังเวชว่า เฮโรดไม่ได้มีอำนาจที่แท้จริง พระองค์ ถูกควบคุม ด้วยอำนาจที่เหนือกว่า
ประการแรก อำนาจของบาปจากภายใน: เป็นทาสของตัณหา การโอ้อวด และความต้องการเป็นที่ยอมรับ คำปฏิญาณที่โง่เขลาในงานเลี้ยง เพียงเพื่อรักษาหน้ากับแขก ได้ผูกมัดท่านไว้ แน่นกว่าโซ่ตรวนใดๆ (ข้อ 9)
ประการที่สอง อำนาจจากภายนอก: ถูกควบคุม ถูกชักจูงโดยเฮโรเดียสและแรงกดดันจากสังคมรอบข้าง พระองค์กลายเป็นหุ่นเชิดที่ไร้ซึ่งอำนาจ ในการตัดสินใจของตนเอง
ภาพของเฮโรดคือกระจกสะท้อนมนุษย์ทุกคน เราคือ “กษัตริย์เฮโรด” ที่ปกครองเหนือ ชีวิต จิตใจของเราเอง เราอาจคิดว่า เราเป็นผู้ควบคุมทุกสิ่งได้ แต่บ่อยครั้งเรากลับเป็นทาสของอำนาจบาป ที่ฝังตัวอยู่ภายใน และความคาดหวัง แรงกดดัน จากภายนอก ความผิดพลาดในอดีต คำพูดที่ทำร้ายผู้อื่น การกระทำที่น่าละอาย ทั้งตั้งใจ และไม่ได้ตั้งใจ ยังคงทิ้งรอยแผล และมันยังส่งเสียงกระซิบฟ้องผิดอยู่ในใจของเรา
อย่างไรก็ตาม “ใจที่ฟ้องผิด” นั้นมีสองด้าน ในด้านหนึ่งมันคือผลของบาป แต่อีกด้านหนึ่ง ก็เป็นพระคุณของพระเจ้า ที่เคาะประตูใจเรา มันคือการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่ปลุกเราให้ตื่นจากความตายฝ่ายวิญญาณ
เมื่อเฮโรดได้ยินเรื่องพระเยซู นั่นคือโอกาสแห่งพระคุณ พระวิญญาณกำลังใช้เรื่องราวของพระเยซูเพื่อเตือนท่าน ถึงบาปในอดีต ที่ได้ทำกับยอห์น ความกลัวที่เกิดขึ้นในใจ เป็นทั้งสัญญาณเตือนฝ่ายวิญญาณ และคำเชิญให้กลับใจใหม่ แต่ช่างน่าเศร้า…เฮโรดกลับเลือกที่จะทำใจแข็งกระด้างต่อไป พระองค์ได้ยินเสียงของพระเจ้า แต่กลับเลือกที่จะเชื่อฟังเสียงความเย่อหยิ่งของตนเอง
เทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ ไม่ใช่เพียงการรอคอยการประสูติของพระกุมารเท่านั้น แต่เป็นการรับฟัง เสียงร้องของยอห์น ผู้ให้บัพติศมาที่ร้องประกาศในถิ่นทุรกันดารว่า “จงกลับใจใหม่ เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว”
ก่อนที่เราจะต้อนรับองค์จอมกษัตริย์เข้ามาในใจ เราต้องเตรียมทางให้พระองค์ หมายถึงการยอมให้พระวิญญาณสำรวจจิตใจ และตอบสนองต่อ “เสียงกระซิบฟ้องผิด” นั้นด้วยการกลับใจอย่างแท้จริง
มีบาปใดในอดีต ที่เรา คิดถึง ที่เรายังคงเก็บซ่อนไว้ และเสียงของมันยังคงหลอกหลอนเราอยู่หรือไม่?
มีสิ่งใดที่ขัดขวางเรา จากการสารภาพบาป การขอโทษ การให้อภัย และการคืนดี ทั้งกับพระเจ้า และกับเพื่อนมนุษย์?
ความตายของยอห์น ที่ดูเหมือนไร้ความหมาย แต่มันได้เปิดโปงความน่าสะพรึงกลัวของบาป ความตายของยอห์น ไม่สามารถลบล้างบาปได้ ทว่าความตายของพระเยซูคริสต์บนไม้กางเขน พระองค์ที่เรากำลังตั้งตารอคอยเพื่อเฉลิมฉลองการบังเกิดของพระองค์นั้น คือคำตอบเดียว สำหรับใจที่ฟ้องผิดของเรา
อย่าให้เราเป็นเหมือนเฮโรด เมื่อได้ยินเสียงของพระเจ้าแล้ว ทำใจแข็งกระด้าง แต่ขอให้เราตอบสนองต่อพระคุณ ด้วยใจที่ถ่อมลง สารภาพบาป และเตรียมหนทางในใจของเรา ให้พร้อมสำหรับการเสด็จมา ขององค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยการให้อภัย และชีวิตใหม่
เราอธิษฐาน สารภาพบาป พร้อมกัน
ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ พระบิดาผู้ทรง
สถิตในสวรรค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายได้กระทำ
บาปต่อพระองค์ และต่อเพื่อนมนุษย์
ทั้งความคิด วาจา และการกระทำ
โดยการละเลย ความอ่อนแอ และโดยเจตนา
กระทำผิด ข้าพระองค์ทั้งหลายเสียใจ และ
สำนึกผิดต่อบาปทั้งสิ้นของข้าพระองค์ทั้งหลาย
เพื่อเห็นแก่พระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระองค์
ผู้สละพระชนม์ เพื่อข้าพระองค์ทั้งหลาย
โปรดยกโทษความบาปในอดีตของข้าพระองค์
ทั้งหลาย และโปรดให้ข้าพระองค์ทั้งหลาย
ปรนนิบัติรับใช้พระองค์ด้วยชีวิตใหม่ เพื่อเป็น
ที่ถวายพระเกียรติ แด่พระนามของพระองค์
อาเมน.
เรานมัสการร่วมกันในเพลง พระเจ้าจัดเตรียมหนทาง
.
Leave a comment