วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม
ค่ำคืนได้ผ่านพ้นไป และวันใหม่อยู่เบื้องหน้าเรา
ขอให้เราทั้งหลายอธิษฐานด้วยใจและความคิดเป็นหนึ่งเดียวกัน
เมื่อเราชื่นชมยินดีในของประทานแห่งวันใหม่วันนี้
และในฤดูกาลใหม่คือเทศกาลรับเสด็จ
ขอให้แสงสว่างแห่งการทรงสถิตของพระองค์ จุดไฟแห่งความรักต่อพระองค์ให้ลุกโชนในดวงใจของเรา
ตั้งแต่บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์
อาเมน
.
.
เราร่วมอ่าน สดุดีบทที่ 146
1สรรเสริญพระยาห์เวห์
จิตใจของข้าเอ๋ย จงสรรเสริญพระยาห์เวห์เถิด
2ข้าพเจ้าจะสรรเสริญพระยาห์เวห์ ตราบเท่าที่ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่
ข้าพเจ้าจะร้องเพลงสดุดีพระเจ้าของข้าพเจ้า ขณะที่ข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่
3อย่าวางใจในเจ้านาย
ในมนุษย์ซึ่งไม่สามารถช่วยได้
4เมื่อลมหายใจของเขาพรากไป เขาก็กลับเป็นดิน
ในวันเดียวกันนั้นความคิดของเขาก็สูญสิ้นไป
5คนที่ผู้อุปถัมภ์ของเขาคือพระเจ้าของยาโคบ ก็เป็นสุข
คือผู้ที่ความหวังของเขาอยู่ในพระยาห์เวห์พระเจ้าของเขา
6ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก
ทะเลและทุกสิ่งซึ่งอยู่ในที่เหล่านั้น
ผู้ทรงรักษาสัจจะไว้เป็นนิตย์
7ผู้ทำความยุติธรรมเพื่อคนที่ถูกบีบบังคับ
ผู้ประทานอาหารแก่คนที่หิว
พระยาห์เวห์ทรงปล่อยผู้ถูกคุมขังให้เป็นอิสระ
8พระยาห์เวห์ทรงเบิกตาของคนตาบอด
พระยาห์เวห์ทรงพยุงผู้ถูกกดขี่ให้ลุกขึ้น
พระยาห์เวห์ทรงรักคนชอบธรรม
9พระยาห์เวห์ทรงปกป้องคนต่างด้าว
พระองค์ทรงค้ำจุนเด็กกำพร้าและหญิงม่าย
แต่พระองค์ทรงพลิกทางของคนอธรรม
10พระยาห์เวห์จะทรงครอบครองเป็นนิตย์
ศิโยนเอ๋ย พระเจ้าของเธอจะทรงครอบครองทุกชั่วชาติพันธุ์
สรรเสริญพระยาห์เวห์
ขอพระสิริจงมีแด่พระบิดา และพระบุตร
และพระวิญญาณบริสุทธิ์
ดังที่เป็นมาแต่ปฐมกาล บัดนี้
และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน
.
.
พระธรรมในวันนี้มาจาก มัทธิว 18:1–6
1ในเวลานั้นสาวกทั้งหลายมาเฝ้าพระเยซูทูลว่า “ใครเป็นใหญ่ที่สุดในแผ่นดินสวรรค์?” 2พระเยซูจึงทรงเรียกเด็กเล็กๆ คนหนึ่งมา และให้มายืนท่ามกลางเขาทั้งหลาย 3แล้วตรัสว่า “เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า ถ้าพวกท่านไม่กลับใจและเป็นเหมือนเด็กเล็กๆ ก็จะเข้าในแผ่นดินสวรรค์ไม่ได้เลย 4เพราะฉะนั้น ถ้าใครถ่อมจิตใจลงเหมือนเด็กเล็กๆ คนนี้ คนนั้นจะเป็นใหญ่ที่สุดในแผ่นดินสวรรค์
5“และถ้าใครจะยอมรับเด็กเล็กๆ อย่างนี้สักคนหนึ่งในนามของเรา คนนั้นก็ยอมรับเราด้วย 6“แต่ถ้าใครทำให้ผู้เล็กน้อยเหล่านี้คนหนึ่งที่วางใจในเราหลงผิดไป เอาหินโม่ก้อนใหญ่ผูกคอคนนั้นแล้วถ่วงเขาเสียที่ทะเลลึกก็จะดีกว่า
นี่คือพระวจนะของพระเจ้า
ขอบพระคุณพระเจ้า
⸻
บทใคร่ครวญ ใครคือผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด?
เรามักหมกมุ่นอยู่กับความสำเร็จ และความสำเร็จนั้นต้องอยู่บนจุดสูงสุดเท่านั้น อันดับสองไม่เพียงพอสำหรับเรา
ใครคือผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด?
อะไรคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด?
ที่ไหนคือที่ยิ่งใหญ่ที่สุด?
เหล่าสาวกก็ถามคำถามนี้เช่นกัน
แล้วพระเยซูทรงยกใครขึ้นไปบนที่สูงสุด?
น่าแปลกใจ—พระองค์ทรงยก เด็กคนหนึ่ง
เด็กธรรมดา ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีตัวตน
และพระองค์ตรัสว่า
“ผู้ใดถ่อมใจลงเหมือนเด็กคนนี้
ผู้นั้นแหละเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาณาจักรสวรรค์”
ความถ่อมใจ
นี่คือของประทานที่พระเยซูคริสต์ทรงนำเข้าสู่โลก
ในคริสต์มาสครั้งแรก
เป็นแนวคิดที่แปลกใหม่และไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง
เพราะความถ่อมใจถูกเชื่อมโยงเข้ากับพระเจ้า
ทุกสิ่งเกี่ยวกับคริสต์มาสล้วนถูกประทับด้วยความต่ำต้อย
ตั้งแต่หญิงสาวชาวบ้านที่ถูกเลือกให้เป็นพระมารดา
ไปจนถึงสถานที่ประสูติ
ที่มีพยานเป็นสัตว์มากกว่ามนุษย์
มีผู้กล่าวไว้ว่า
“ความจริงที่ว่าพระเจ้ายิ่งใหญ่นั้น
มนุษย์ไม่จำเป็นต้องมีการสำแดงจากสวรรค์ก็รู้ได้
แต่ความจริงที่ว่าพระเจ้าทรงถ่อมพระองค์
ความจริงข้อนี้—มีเพียงคริสต์มาสเท่านั้นที่สอนเรา”
พระเยซูไม่ได้เสด็จมาในฐานะพระผู้ช่วยให้รอด
ด้วยพระสิริอำนาจอันยิ่งใหญ่เต็มเปี่ยม
แต่ทรงบังเกิดในโลกนี้
ในฐานะทารกน้อยผู้เปราะบาง
จอห์น ดอนน์ กวีผู้ยิ่งใหญ่
ครุ่นคิดถึงความล้ำลึกของการทรงรับสภาพมนุษย์ ในบทกวี The Annunciation ว่า:
“พระองค์ทรงนำความสว่างมาในความมืด
และทรงบรรจุความไพศาลไว้ในห้องเล็ก ๆ
ความยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขต ถูกเก็บไว้ในครรภ์อันเป็นที่รักของพระองค์”
พระเยซูทรงดำเนินชีวิต บนหนทางแห่งความถ่อมใจและความรักที่มอบตนเอง
พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างให้เราเห็นว่า ความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงคืออะไร
และหากเราปรารถนาจะร่วมอยู่ในสังคมสวรรค์ของพระองค์
เราก็จำเป็นต้องถ่อมใจลง
เหมือนเด็กน้อยเช่นกัน
⸻
เราร่วมอธิษฐานด้วย บทอธิษฐานของนักบุญโทมัส อไควนัส (ค.ศ. 1225–1274)
ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์
ขอประทานสติปัญญาให้ข้าพระองค์รู้จักพระองค์
ประทานดวงใจให้แสวงหาพระองค์
ประทานปรีชาญาณให้ค้นพบพระองค์
ประทานการประพฤติที่เป็นที่พอพระทัย
ประทานความซื่อสัตย์มั่นคงในการรอคอยพระองค์
และประทานความหวัง
ว่าจะได้พบกับพระองค์ในที่สุด
อาเมน
เรานมัสการพระเจ้าร่วมกันจากบทเพลง ”เวลาฉลองพระเยซู”
.
Leave a comment