วันนี้เป็น วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม
กลางคืนผ่านพ้นไปแล้ว และวันใหม่เปิดอยู่ เบื้องหน้าเรา
เราร่วมใจอธิษฐาน ด้วยจิตใจเป็นหนึ่งเดียว
(สงบใจ ในความเงียบ)
ในขณะที่เราชื่นชมยินดี ในของประทานแห่งวันใหม่นี้
ขอให้แสงสว่างแห่งพระพักตร์ ขององค์พระผู้เป็นเจ้า
จุดไฟรักในใจของเรา เพื่อพระองค์
บัดนี้และสืบไปเป็นนิตย์
อาเมน
.
.
สดุดี 126:1-6
“เมื่อพระยาห์เวห์ทรงให้ศิโยนกลับสู่สภาพดี
เราก็เป็นเหมือนคนที่ฝันไป
ปากของเราได้หัวเราะเต็มที่ และลิ้นของเราได้เปล่งเสียงโห่ร้องยินดี
แล้วมีการพูดกันท่ามกลางบรรดาประชาชาติว่า
“พระยาห์เวห์ทรงกระทำการมโหฬารให้พวกเขา”
พระยาห์เวห์ทรงกระทำการมโหฬารให้เรา เราจึงมีความยินดี”
พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน
.
.
มัทธิว 19:3-12
“พวกฟาริสีมาทดลองพระองค์โดยทูลถามว่า “ผู้ชายจะหย่าภรรยาของเขาไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามธรรมบัญญัติหรือไม่?” พระองค์ตรัสตอบว่า “ท่านทั้งหลายไม่ได้อ่านหรือว่า พระผู้ทรงสร้างมนุษย์แต่เดิมนั้นทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง และตรัสว่า‘เพราะเหตุนี้ ผู้ชายจะละบิดามารดาไปผูกพันอยู่กับภรรยา และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน’ ด้วยเหตุนี้เขาทั้งสองจึงไม่เป็นสองต่อไป แต่เป็นเนื้ออันเดียวกัน เพราะฉะนั้นสิ่งซึ่งพระเจ้าทรงผูกพันกันแล้ว อย่าให้มนุษย์ทำให้พรากจากกันเลย” พวกเขาจึงถามพระองค์ว่า “ถ้าอย่างนั้นทำไมโมเสสสั่งให้ทำหนังสือหย่าให้ภรรยา แล้วก็หย่าได้?” พระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “โมเสสยอมให้ท่านทั้งหลายหย่าภรรยา เพราะใจของท่านแข็งกระด้าง แต่เมื่อเดิมไม่ได้เป็นอย่างนั้น เราขอบอกท่านทั้งหลายว่า ใครก็ตามที่หย่าภรรยาของตน แล้วไปมีภรรยาใหม่ก็ผิดประเวณี เว้นแต่ว่านางเป็นชู้กับชายอื่น” พวกสาวกทูลพระองค์ว่า “ถ้าลักษณะสามีภรรยาเป็นอย่างนั้น ไม่แต่งงานยังจะดีกว่า” พระองค์ทรงตอบว่า “ไม่ใช่ทุกคนจะรับคำสอนนี้ได้ ยกเว้นคนที่พระเจ้าประทานให้เท่านั้น เพราะคนที่เป็นขันทีตั้งแต่เกิดก็มี คนที่มนุษย์ทำให้เป็นขันทีก็มี คนที่ทำตัวเองให้เป็นขันทีเพราะเห็นแก่แผ่นดินสวรรค์ก็มี ใครรับได้ก็ให้รับเอาเถิด””
นี่คือพระวจนะของพระเจ้า
ขอบพระคุณพระเจ้า
.
.
บทใคร่ครวญ: “ทั้งสองเป็นเนื้อเดียวกัน”
เราได้ยินเสียงสะท้อนแห่งการทรงสร้าง เมื่อพระเยซูทรงนำเรากลับไปสู่ จุด”แต่เดิมนั้น” ที่พระเจ้าทรงออกแบบความสัมพันธ์ระหว่างชายและหญิง ให้สะท้อนถึงความรักอันสมบูรณ์ บริสุทธิ์ งดงาม ตามพระลักษณะของพระเจ้า การที่ “ทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน” ไม่ใช่เพียงการอยู่ร่วมกัน แต่เป็นการรวมเป็นหนึ่งเดียวทั้งกาย ใจ และจิตวิญญาณ—เป็นพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ที่แสดงถึงความซื่อสัตย์ และการมอบตนเองอย่างหมดสิ้นและลึกซึ้ง ความปรารถนาแห่งความสัมพันธ์ที่มั่นคงและปลอดภัยนี้ ถูกฝังไว้ในจิตใจมนุษย์ทุกคน ไม่ใช่เป็นเพียงความคิดในอุดมคติ แต่เป็นความทรงจำถึงชีวิตในสวนเอเดน ชีวิตที่ควรจะเป็น ที่เราอยากหวนคืน
แต่เราทุกคนตกอยู่ในสภาพแห่งความบาป ซึ่งปรากฏชัดในคำว่า “ใจแข็งกระด้าง” บาปได้ทำลายความสัมพันธ์อันสมบูรณ์ที่พระเจ้าทรงตั้งใจไว้ บาปสร้างความเปราะบางทางอารมณ์ และข้อจำกัดในความเข้าใจ นำไปสู่ การไม่เชื่อใจ ไม่ไว้ใจ ทำให้เราทำร้ายกัน ทำให้เราไม่สามารถรักอย่างสมบูรณ์ได้ ดังที่เห็นจากปฏิกิริยาของสาวกที่รู้สึกว่าพระบัญญัตินี้หนักเกินไป การหย่าร้างคือหลักฐานของสภาพมนุษย์ที่แตกสลาย แต่เป็นพระคุณของพระเจ้าที่ประทานกฎแห่งการอย่าร้าง เพื่อปกป้องผู้ที่อ่อนแอในสังคม มากกว่าที่จะเป็นพระประสงค์ ”แต่เดิมนั้น“ ของพระองค์
และนี่คือบริบทแห่งความเป็นจริง พระคัมภีร์ตอนนี้พูดตรงกับชีวิตเราทุกวันนี้ หลายคนรู้สึกเจ็บปวดจากความสัมพันธ์ที่แตกสลาย การหย่าร้าง หรือความไม่ซื่อสัตย์ หลายคนที่อยู่โสด รู้สึกโดดเดี่ยวและถูกกดดันจากสังคมและครอบครัว บางคนรู้สึกว่าตนเอง “ไม่เพียงพอ” หรือรู้สึกสับสนกับบทบาทของตน เราเห็นความงดงามของแบบแผนของพระเจ้า แต่ในเวลาเดียวกันก็รู้สึกผิดหวังกับความล้มเหลวของเราเอง เรารู้ว่าควรจะรักและให้อภัยอย่างไร แต่กลับทำไม่ได้
และนี่เป็นข่าวประเสริฐ และพระคุณสำหรับเราทุกคน พระเยซูคริสต์เสด็จลงมา พระองค์ไม่ได้เพียงประทานพระบัญญัติ แต่ทรงเป็นผู้รักษาพระบัญญัตินั้นแทนเรา พระองค์คือ “เจ้าบ่าว” ผู้สมบูรณ์แบบ ผู้ทรงมอบชีวิตของพระองค์สำหรับ “เจ้าสาว” ของพระองค์ ซึ่งคือคริสตจักร
สำหรับผู้ที่สมรสแล้ว: ความหวังไม่ได้อยู่ที่ความรักที่สมบูรณ์แบบของเรา แต่อยู่ที่พระคุณของพระคริสต์ที่ทรงรักษาหัวใจที่แข็งกระด้างของเราและประทานหัวใจใหม่ ให้เรารักและให้อภัยได้เหมือนพระองค์
สำหรับผู้ที่โสด: พระเยซูทรงยกย่องสถานะโสดว่าเป็น “ของประทาน” และ “ทางเลือกเพื่อแผ่นดินสวรรค์” การเป็นโสดไม่ใช่สภาพที่ขาด หรือบกพร่อง แต่เป็นการทรงเรียกเฉพาะ ให้มีอิสระในการรับใช้พระเจ้าอย่างเต็มที่ พระเยซูทรงเป็นผู้เติมเต็มความปราถนา ในความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งที่สุดในใจเรา เรารอคอยตามพระสัญญาว่า วันหนึ่งเรากับพระครืสต์จะได้อยู่ด้วยกันอย่างใกล้ชิด ”ทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน“
แล้วเราควรตอบสนองอย่างไร?
1. ตอบสนองด้วยการวางใจในพระคุณ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะใด ให้เราวางใจว่า ตัวตนที่แท้จริงของเราคือ “บุตรของพระเจ้า” ไม่ใช่เพียงสถานะชั่วคราวในโลกนี้ “สามี/ภรรยา” หรือ “คนโสด” ความสมบูรณ์ของเราอยู่ในพระคริสต์
2. ตอบสนองด้วยชีวิต ในสถานภาพที่เราถูกเรียก หากสมรสแล้ว จงมุ่งมั่นในพันธสัญญา ด้วยกำลังที่มาจากพระวิญญาณ หากโสด จงใช้เสรีภาพนี้เพื่อรับใช้พระเจ้าและผู้อื่นอย่างเต็มกำลัง
3. ตอบสนองด้วยชุมชนแห่งพระคุณ ให้คริสตจักรเป็นสถานที่ที่เราร่วมเดินทางไปด้วยกัน ให้กำลังใจ โดยไม่ตัดสินผู้ที่บาดเจ็บจากความสัมพันธ์ และร่วมเฉลิมฉลองในแผนการของพระเจ้าสำหรับทุกคน ในทุกสถานะ
.
.
เราร่วมใจ อธิษฐาน
พระบิดาเจ้า ผู้ทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นชายและหญิงและทรงประทานการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ขอทรงรักษาบาดแผลแห่งความสัมพันธ์ที่แตกสลายของเรา ขอประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์มาช่วยเราให้รักและให้อภัยได้ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะใด ก็ขอให้เราได้พบการเติมเต็มที่สมบูรณ์ในความสัมพันธ์กับพระเยซูคริสต์ เจ้าบ่าวผู้ซื่อสัตย์ของเรา ผู้ทรงพระชนม์และทรงครอบครองร่วมกับพระเจ้า พระบิดา พร้อมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นพระเจ้าตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน
เราร่วมนมัสการด้วยเพลง ความรักแท้
.
Leave a comment