Daily Devotion

This daily devotion is based on the Anglican Morning Office. It comes with selected readings from the Psalms and another Scripture text, accompanied by reflections and prayers. There is an audio option. It will be best to both read and listen. This devotion is also suitable for family prayers. The link to the entire Morning Office today is provided at the end of this devotion. These devotions are offered for weekdays only and begins on Ash Wednesday, 2025.

26 ธันวาคม 2025



วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม

ขอให้ทุกท่านมีความชื่นชมยินดีในเทศกาลคริสต์มาส

และวันนี้ยังเป็นวันระลึกถึงสเทเฟน ผู้เป็นมรณสักขีแรกของคริสตจักรด้วย

ค่ำคืนได้ผ่านพ้นไปแล้ว และวันใหม่ก็เปิดอยู่ต่อหน้าเรา

ขอให้เราอธิษฐานด้วยใจและความคิดเป็นหนึ่งเดียว

.

(สงบนิ่ง)

.

ขณะที่เราชื่นชมยินดีกับวันใหม่ที่พระองค์ประทานให้

ขอให้แสงสว่างแห่งการทรงสถิตของพระองค์

จุดไฟแห่งความรักต่อพระองค์ในใจของเรา

ตั้งแต่บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์

อาเมน

.

เราร่วมกันสรรเสริญพระเจ้า ด้วย สดุดีบทที่ 150

สรรเสริญพระยาห์เวห์

จงสรรเสริญพระเจ้าในสถานนมัสการของพระองค์

จงสรรเสริญพระองค์ในพื้นฟ้าอันอานุภาพของพระองค์

จงสรรเสริญพระองค์ เพราะกิจการอันทรงอานุภาพของพระองค์

จงสรรเสริญพระองค์ ตามความยิ่งใหญ่ที่สุดของพระองค์

จงสรรเสริญพระองค์ด้วยเสียงแตร

จงสรรเสริญพระองค์ด้วยพิณเขาคู่และพิณใหญ่

จงสรรเสริญพระองค์ด้วยรำมะนาและการเต้นรำ

จงสรรเสริญพระองค์ด้วยเครื่องสายและปี่

จงสรรเสริญพระองค์ด้วยเสียงฉิ่ง

จงสรรเสริญพระองค์ด้วยเสียงฉาบ

จงให้ทุกสิ่งที่หายใจสรรเสริญพระยาห์เวห์

สรรเสริญพระยาห์เวห์

พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร

และพระวิญญาณบริสุทธิ์

เหมือนในปฐมกาล บัดนี้ และตลอดไปเป็นนิตย์

อาเมน

.

.

กิจการอัครทูต 7:54–60

เมื่อพวกเขาได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกเดือดดาล และขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเข้าใส่สเทเฟน ส่วนสเทเฟนเต็มด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ท่านเขม้นดูสวรรค์เห็นพระรัศมีของพระเจ้า และเห็นพระเยซูทรงยืนอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ แล้วท่านกล่าวว่า “นี่แน่ะ ข้าพเจ้าเห็นท้องฟ้าแหวกเป็นช่อง และเห็นบุตรมนุษย์ทรงยืนอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า” แต่พวกเขาร้องเสียงดังและอุดหูวิ่งกรูกันเข้าไปหาสเทเฟน แล้วขับไล่ท่านออกจากกรุงและเอาหินขว้าง และพวกสักขีพยานที่ปรักปรำสเทเฟน ก็ฝากเสื้อผ้าของตนวางไว้ที่เท้าของชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อเซาโล ขณะที่พวกเขาเอาหินขว้างสเทเฟนอยู่นั้น ท่านร้องทูลว่า “ข้าแต่พระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงรับจิตวิญญาณของข้าพระองค์ด้วย” แล้วสเทเฟนก็คุกเข่าลงร้องเสียงดังว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอโปรดอย่าถือโทษพวกเขาเพราะบาปนี้” เมื่อกล่าวอย่างนี้แล้วก็สิ้นใจ

นี่คือพระวจนะของพระเจ้า

ขอบพระคุณพระเจ้า

.

.

บทใคร่ครวญ

การระลึกถึงเซนท์สเทเฟนในวันที่สองของเทศกาลคริสต์มาส อาจทำให้รู้สึกขัดแย้งอยู่บ้างในแวบแรก 

ขณะที่ความอบอุ่นและความอ่อนโยนของคริสต์มาสยังคงอบอวลอยู่ มีน้อยคนที่จะหยุดคิดถึงภาพอันโหดร้ายของนักบุญผู้เปรอะเปื้อนด้วยโลหิต เด็กหนุ่มที่ต้องเผชิญความตายอย่างรุนแรงจากฝูงชนที่โกรธเกรี้ยว

มรณสักขีผู้แรกผู้นี้จึงอาจเลือนหายไปจากปฏิทินของคริสตจักร และถูกบดบังด้วยหัวข้อการแบ่งปันที่อ่อนโยนกว่าของฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่เช่นนั้นสำหรับจิตรกรชาวดัตช์อย่างแรมบรันต์ ซึ่งวาดการเสียชีวิตของ เซนท์สตีเฟนในปี ค.ศ. 1625 ขณะที่เขามีอายุเพียงสิบเก้าปี

ที่น่าสนใจคือ แรมบรันต์ได้ใส่ภาพเหมือนของตนเอง ไว้ระหว่างนักบุญที่คุกเข่าอยู่ กับชายผู้เตรียมจะขว้างก้อนหินขนาดใหญ่

ไม่ยากเลยหากเราจะจินตนาการว่าตนเองยืนอยู่ในฉากนั้น ยืนตรงจุดเดียวกับที่แรมบรันต์วางตัวเองไว้ เราจะรู้สึกอย่างไร

ปี 2025ที่ผ่านมานี้ ถูกแต้มสีด้วยความรุนแรง ความโกรธถูกปลดปล่อยใส่ผู้บริสุทธิ์ ผ่านสงครามในหลายแห่งของโลก ดูเหมือนว่าความเกลียดชังและความโหดร้ายของมนุษย์จะไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนักเลย

และนอกจากหัวข้อข่าวความไม่สงบในโลก วันระลึกถึงเซนท์สเทเฟนยังพูดถึงความโศกเศร้าส่วนตัว — การสูญเสียเพื่อนหรือคนที่เรารักอย่างไม่ทันตั้งตัวด้วย

บางคนในพวกคุณอาจประสบกับการสูญเสียเช่นนี้ในปีที่ผ่านมา สเทเฟนเป็นเพียงหนึ่งในบรรดานักบุญนับไม่ถ้วน ที่การตายของพวกเขาดูจะมาก่อนเวลา และน่าเศร้าในสายตาของเรา

แต่ครั้งแล้วครั้งเล่า ความตายกลับเปิดทางให้ชีวิต—ดุจเมล็ดข้าวสาลีที่ตกลงสู่ดินและตายไป (ยอห์น 12:24) นี่คือคำพยานที่ดำรงอยู่ของคริสตจักร การตายของสเทเฟนทำให้ชุมชนผู้เชื่อกระจัดกระจายออกไป และกลายเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางอันยาวไกล ที่วันหนึ่งจะเปลี่ยนซาอูลให้กลายเป็นเปาโล หลายศตวรรษต่อมา นักศาสนศาสตร์สำคัญอย่างเทอร์ทูลเลียนได้กล่าวว่า “โลหิตของมรณสักขีคือเมล็ดพันธุ์ของพระศาสนจักร”

การตายของสเทเฟนยังดึงเรากลับไปหาพระคริสต์เอง การเป็นมรณสักขีของเขาคือการเลียนแบบพระคริสต์ การเดินตามรอยพระบาทขององค์พระผู้เป็นเจ้า—แม้กระทั่งจนถึงความตาย—นี่คือเกียรติยศสำหรับสเทเฟน

“การตายก็เป็นกำไร” เปาโลเขียนไว้ในเวลาต่อมา ความทุกข์ทรมานมักยากยิ่งกว่าสำหรับผู้ที่เฝ้ามองอยู่ภายนอก การมีเพียงการเวลาเท่านั้นที่จะการเยียวยาได้ แต่พวกเราก็ได้รับการปลอบประโลมผ่านนิมิตที่สเทเฟนได้เห็น—ภาพพระเยซูทรงยืนอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า (กิจการ 7:56) ต้อนรับเหล่าผู้รับใช้ของพระองค์ที่ได้ล่วงหลับไป (กิจการ 7:60) และผู้ที่จะตื่นขึ้นในพระสิริแห่งการทรงสถิตของพระองค์

หลายคนยังคงต่อสู้กับความขัดแย้งในใจ เมื่อถูกเชิญให้เรียกช่วงเวลานี้ว่า “ช่วงเวลาที่วิเศษที่สุดของปี” 

ขณะที่สงครามยังคงโหมกระหน่ำ หรือขณะที่ความโศกเศร้าส่วนตัวถูกกระตุ้นให้เจ็บปวดยิ่งขึ้นด้วยความทรงจำที่เคยมีในเทศกาลปีใหม่นี้

และตรงจุดนี้เอง วันฉลองนักบุญสเทเฟน ซึ่งถูกวางไว้อย่างตั้งใจในวันที่สองของเทศกาลคริสต์มาส 

เทศกาลนี้ได้เตือนเราว่า แสงสว่างของพระคริสต์เสด็จเข้ามาในโลกที่แตกสลาย และแสงนั้นยังคงส่องสว่าง แม้ท่ามกลางความทุกข์ ความตาย และการเป็นมรณสักขี

.

.

เรานมัสการพระเจ้าร่วมกันจากบทเพลง   “จิตใจข้าเอ๋ย”   

Youtube Link

.

Link to today’s Morning Office

Leave a comment

Navigation

About

This project is initiated by Revd Canon Terry Wong, Vicar of Marine Parade Christian Centre. Various clergy , pastors and lay members are also contributing in writing or voicing. For feedback or questions, please email Canon Wong at terrywg@gmail.com