Daily Devotion

This daily devotion is based on the Anglican Morning Office. It comes with selected readings from the Psalms and another Scripture text, accompanied by reflections and prayers. There is an audio option. It will be best to both read and listen. This devotion is also suitable for family prayers. The link to the entire Morning Office today is provided at the end of this devotion. These devotions are offered for weekdays only and begins on Ash Wednesday, 2025.

20 กุมภาพันธ์ 2026




วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026

สัปดาห์แรกของเทศกาลมหาพรต

กลางคืนผ่านพ้นไปแล้ว และวันใหม่เปิดอยู่ เบื้องหน้าเรา

เราร่วมใจอธิษฐาน ด้วยจิตใจเป็นหนึ่งเดียว

(สงบใจ ในความเงียบ)

ในขณะที่เราชื่นชมยินดี ในของประทานแห่งวันใหม่นี้

ขอให้แสงสว่างแห่งพระพักตร์ ขององค์พระผู้เป็นเจ้า

จุดไฟรักในใจของเรา เพื่อพระองค์

บัดนี้และสืบไปเป็นนิตย์

อาเมน

.

.

สดุดี 3:1-4 

“ข้าแต่พระยาห์เวห์ คู่อริของข้าพระองค์ทวีขึ้นมากเหลือเกิน 

คนมากมายกำลังลุกขึ้นต่อสู้ข้าพระองค์ 

หลายคนกำลังกล่าวถึงข้าพระองค์ว่า

“ไม่มีการช่วยกู้จากพระเจ้าสำหรับเขา” 

ข้าแต่พระยาห์เวห์ 

พระองค์ทรงเป็นโล่ล้อมรอบตัวข้าพระองค์ 

ทรงเป็นศักดิ์ศรีของข้าพระองค์และทรงเป็นผู้ชูศีรษะข้าพระองค์ 

ข้าพระองค์ร้องทูลพระยาห์เวห์ 

และพระองค์ตรัสตอบข้าพระองค์จากภูเขาบริสุทธิ์ของพระองค์”

พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน

.

.

กาลาเทีย 3:1-5, 13 

“โอ ชาวกาลาเทียคนเขลา ใครสะกดดวงจิตของพวกท่านให้เห็นผิดไปได้? ทั้งๆ ที่ภาพการถูกตรึงของพระเยซูคริสต์ได้ปรากฏอยู่ต่อหน้าท่านแล้ว ข้าพเจ้าใคร่รู้ข้อเดียวจากท่านว่า ท่านได้รับพระวิญญาณโดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ หรือได้รับโดยความเชื่อตามที่ได้ฟัง? ท่านทั้งหลายเขลาถึงเพียงนั้นทีเดียวหรือ? พวกท่านเริ่มต้นด้วยพระวิญญาณ แต่จะจบลงด้วยเนื้อหนังกระนั้นหรือ? ท่านทั้งหลายได้รับประสบการณ์มากมายโดยไร้ประโยชน์หรือ? ถ้าเป็นการไร้ประโยชน์จริงๆ แล้ว พระองค์ผู้ประทานพระวิญญาณแก่ท่านทั้งหลาย และทรงสำแดงฤทธานุภาพท่ามกลางพวกท่าน ทรงทำเช่นนั้นโดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ หรือโดยความเชื่อของพวกท่านตามที่ได้ฟัง? 

พระคริสต์ทรงไถ่เราให้พ้นการสาปแช่งแห่งธรรมบัญญัติ โดยการทรงถูกสาปแช่งเพื่อเรา (เพราะพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า “ทุกคนที่ถูกแขวนไว้บนต้นไม้ต้องถูกสาปแช่ง” )”

นี่คือพระวจนะของพระเจ้า

ขอบพระคุณพระเจ้า

.

.

บทใคร่ครวญ: เริ่มต้นด้วยพระวิญญาณ… แต่จบลงด้วยเนื้อหนัง?

เทศกาลมหาพรตอาจเป็นช่วงเวลาที่ “อันตราย” ที่สุดสำหรับจิตวิญญาณของเรา

ความอันตรายนั้นไม่ได้อยู่ที่การอดอาหารหรือการตั้งใจทำดี

แต่ความน่ากลัวอยู่ที่หัวใจของเราเอง ที่มักเผลอสร้าง “ความชอบธรรมจอมปลอม” ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ลองย้อนนึกดู ไม่กี่วันที่ผ่านมา

เราเริ่มต้นวันพุธรับเถ้าด้วยความถ่อมใจ ก้มหน้ารับเถ้าธุลีพร้อมยอมรับว่า “ข้าพระองค์เป็นเพียงผงคลีดิน”

แต่พอเวลาผ่านไปไม่กี่วัน ความถ่อมใจนั้นเริ่มจางหาย กลายเป็นความภูมิใจลึกๆ ในตัวเอง

และเมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 เราอาจพบว่าตัวเองกำลัง ชื่นชมผลงานความพยายามของเราอย่างไม่รู้ตัว

หรือในทางกลับกัน เราอาจกำลังจมอยู่กับความผิดหวัง เพราะทำไม่ได้อย่างที่ตั้งใจไว้

ไม่ว่าจะภูมิใจหรือผิดหวัง เปาโลบอกว่าเรากำลังตกอยู่ภายใต้ “มนตร์สะกด”

เราถูกเสียงกระซิบหลอกลวงว่า พระเจ้าจะพอพระทัยก็ต่อเมื่อเรา “ทำ” บางสิ่งให้สำเร็จ

เสียงนั้นกดดันเราว่า ถ้าเราทำได้ไม่ดีพอ พระเจ้าก็คงจะไม่ยอมรับเรา

เช้านี้ พระวจนะของพระเจ้าจึงดังขึ้นเพื่อปลุกเราให้ตื่นจากภวังค์:

“พวกท่านโง่เขลาถึงเพียงนี้หรือ? เมื่อเริ่มต้นด้วยพระวิญญาณแล้ว บัดนี้จะมาทำให้สำเร็จด้วยเนื้อหนังหรือ?”

ภาพของเราตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับ “บุตรคนเล็ก” ในเรื่องเล่าของพระเยซู วันที่เขากล้ากลับบ้าน เขาเตรียมคำพูดประโยคหนึ่งไว้เพื่อต่อรองกับพ่อว่า “ลูกทำผิดไป… ขอให้ลูกได้ทำงานแลกเงินเหมือนคนงานของพ่อเถิด”

ดูเผินๆ เหมือนเขามีเจตนาดี อยากรับผิดชอบ

แต่ลึกๆ แล้ว เขาไม่เข้าใจหัวใจของพ่อเลย…

เขาคิดว่าต้อง “ทำงาน” เพื่อแลกกับความรัก

เขาคิดว่าต้อง “พิสูจน์ตัวเอง” ถึงจะมีสิทธิ์กินข้าวร่วมโต๊ะ

เขาลืมไปว่าเขาเป็น “ลูก” ไม่ใช่ “ลูกจ้าง”

และนั่น… คือภาพสะท้อนของพวกเราในเทศกาลนี้

เราเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยพระวิญญาณ เราเข้าสู่แผ่นดินพระเจ้าด้วย “ความเชื่อ” ไม่ใช่ด้วยการสะสมแต้มความดี

แต่ทำไมวันนี้ เราถึงพยายามตะเกียกตะกายกลับไปใช้วิธีเดิมๆ?

ทำไมเราถึงคิดว่า การอดอาหารที่เคร่งครัด หรือความเหนื่อยยากในมหาพรต คือสิ่งที่จะซื้อความโปรดปรานจากพระเจ้าได้?

เปาโลจึงตะโกนเรียกสติเราว่า “…คนเขลาเอ๋ย! ใครสะกดดวงจิตของพวกท่านให้เห็นผิดไปได้?”

เช้านี้ ถึงเวลาที่เราต้องทำลายมนตร์สะกดนั้น

ไม่ใช่ด้วยการพยายามให้มากขึ้น แต่ด้วยการ “มองดูนิมิตที่ยิ่งใหญ่กว่า”

เปาโลชี้ให้เราเงยหน้าขึ้นมองที่ “ไม้กางเขน”

ที่นั่น… พระคริสต์ทรงรับคำสาปแช่งแทนเรา เพื่อเปลี่ยนคำแช่งสาปให้กลายเป็นพระพรและชีวิตนิรันดร์

จงเพ่งมองไปที่พระองค์…

มองดูพระหัตถ์ที่ถูกตรึง: จนไม่สามารถขยับไปทำงานใดๆ ได้อีก นั่นเป็นเครื่องหมายบอกเราว่า “งานเสร็จแล้ว” เราไม่ต้องพยายามทำเพิ่มเพื่อความรอด

 มองดูสีข้างที่ถูกแทง: จนโลหิตและน้ำไหลออกมา นั่นคือ “แหล่งกำเนิดของพระวิญญาณ” ที่หลั่งไหลมาสู่เรา

ดังนั้น หากมหาพรตปีนี้ของเรา กำลังกลายเป็นการแบกภาระอันหนัก ในนามของการ “พัฒนาตัวเองฝ่ายจิตวิญญาณ”

ขอให้เราหยุดพักเถิด

เป้าหมายของมหาพรต ไม่ใช่เวทีโชว์ความแข็งแกร่งของเนื้อหนัง

แต่มันคือช่วงเวลาของการยอมรับความอ่อนแอ เพื่อเราจะเลิกวางใจในตัวเอง

แล้วกลับมาเป็นเด็กเล็กๆ ที่นั่งลง สงบนิ่ง และเงี่ยหูฟังพระสุรเสียงของพระวิญญาณ

นี่แหละ คือความหมายของคำว่า “ความเชื่อ”

.

.

คำอธิษฐาน

“ข้าแต่พระเยซูเจ้า…

ข้าพระองค์ขอสารภาพว่า ข้าพระองค์ถูกโลกนี้สะกดจิตได้ง่ายเหลือเกิน

บ่อยครั้งข้าพระองค์เผลอวางใจในความพยายาม วินัย และผลงานของตัวเอง

มากกว่าที่จะวางใจในงานที่พระองค์ทรงทำสำเร็จแล้วบนกางเขน

ข้าพระองค์เหนื่อยล้า…

จากการพยายามทำให้ชีวิตสมบูรณ์ด้วยกำลังของเนื้อหนัง

ทั้งที่พระองค์ทรงเริ่มต้นทุกสิ่งในชีวิตข้าพระองค์ด้วยพระวิญญาณ

ขอทรงทำลายมนตร์สะกดแห่งความหลงผิดนี้

ขอช่วยข้าพระองค์ ให้หันกลับไปจดจ้องที่ไม้กางเขน

ที่ซึ่งพระคุณสมบูรณ์แล้ว และความรอดเป็นของข้าพระองค์แล้ว

ขอให้เช้านี้ และตลอดทั้งวันนี้

ข้าพระองค์จะก้าวเดิน ไม่ใช่ด้วยความฝืนทน

แต่ด้วยการพึ่งพา และเดินตามสายลมแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์

ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า 

อาเมน

.

.

เราจะนมัสการร่วมกันในเพลง “มองที่พระองค์”

Youtube Link

.

Link to today’s Morning Office

Leave a comment

Navigation

About

This project is initiated by Revd Canon Terry Wong, Vicar of Marine Parade Christian Centre. Various clergy , pastors and lay members are also contributing in writing or voicing. For feedback or questions, please email Canon Wong at terrywg@gmail.com