Daily Devotion

This daily devotion is based on the Anglican Morning Office. It comes with selected readings from the Psalms and another Scripture text, accompanied by reflections and prayers. There is an audio option. It will be best to both read and listen. This devotion is also suitable for family prayers. The link to the entire Morning Office today is provided at the end of this devotion. These devotions are offered for weekdays only and begins on Ash Wednesday, 2025.

21 กุมภาพันธ์ 2026




วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2026

สัปดาห์แรกของเทศกาลมหาพรต

เราร่วมใจอธิษฐาน ด้วยจิตใจเป็นหนึ่งเดียว

กลางคืนผ่านพ้นไปแล้ว และวันใหม่เปิดอยู่ เบื้องหน้าเรา

(สงบใจ ในความเงียบ)

ในขณะที่เราชื่นชมยินดี ในของประทานแห่งวันใหม่นี้

ขอให้แสงสว่างแห่งพระพักตร์ ขององค์พระผู้เป็นเจ้า

จุดไฟรักในใจของเรา เพื่อพระองค์

บัดนี้และสืบไปเป็นนิตย์

อาเมน

.

.

สดุดี 71:1-3, 17-18 

“ข้าแต่พระยาห์เวห์ 

ข้าพระองค์ลี้ภัยอยู่ในพระองค์ 

อย่าให้ข้าพระองค์อับอายเลย 

ขอทรงช่วยกู้และช่วยข้าพระองค์ให้พ้นภัย

โดยความชอบธรรมของพระองค์ 

ขอเอียงพระกรรณฟังข้าพระองค์ 

ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอด 

ขอทรงเป็นศิลาลี้ภัยของข้าพระองค์ 

ที่ข้าพระองค์จะเข้าไปหลบได้เสมอ 

ขอทรงบัญชาให้ช่วยข้าพระองค์ให้รอด 

เพราะพระองค์ทรงเป็นศิลาและป้อมปราการของข้าพระองค์ 

ข้าแต่พระเจ้า 

พระองค์ทรงสอนข้าพระองค์ตั้งแต่เด็กๆ มา 

และข้าพระองค์จะประกาศถึงการอัศจรรย์ต่างๆ ของพระองค์ 

แม้ข้าพระองค์จะถึงวัยชราและมีผมหงอกก็ตาม 

ข้าแต่พระเจ้า 

ขออย่าทรงทอดทิ้งข้าพระองค์ 

จนกว่าข้าพระองค์จะประกาศถึงฤทธานุภาพของพระองค์แก่คนรุ่นหลัง 

และประกาศพระอานุภาพของพระองค์แก่ผู้ที่จะเกิดมา”

พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน

.

.

กาลาเทีย 3:15-22 

“พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอยกตัวอย่างจากชีวิตจริงสักเรื่องหนึ่ง ถึงแม้เป็นพันธสัญญาของมนุษย์ เมื่อได้รับรองกันแล้ว ไม่มีใครจะล้มเลิกหรือเพิ่มเติมขึ้นอีก บรรดาพระสัญญาที่ได้ประทานไว้แก่อับราฮัมและพงศ์พันธุ์ของท่านนั้น ไม่ได้ตรัสว่า “และแก่พงศ์พันธุ์ทั้งหลาย” เหมือนอย่างกับประทานแก่คนหลายคน แต่เหมือนกับประทานแก่คนผู้เดียวคือ “แก่พงศ์พันธุ์ของท่าน” นั่นคือพระคริสต์ ข้าพเจ้าว่าธรรมบัญญัติซึ่งมาภายหลังถึงสี่ร้อยสามสิบปี จะทำให้พันธสัญญาซึ่งพระเจ้าได้ทรงตั้งไว้เมื่อก่อนนั้นเป็นโมฆะไม่ได้ เพราะว่าถ้าได้รับมรดกโดยธรรมบัญญัติ ก็ไม่ใช่ได้โดยพระสัญญาอีกต่อไป แต่พระเจ้าประทานมรดกนั้นให้แก่อับราฮัมโดยพระสัญญา 

ถ้าเช่นนั้น มีธรรมบัญญัติไว้ทำไม? ที่เพิ่มธรรมบัญญัติก็เพราะการละเมิด จนกว่าพงศ์พันธุ์ตามพระสัญญานั้นจะมาถึง พวกทูตสวรรค์ได้ตั้งธรรมบัญญัตินั้นไว้โดยมือของคนกลาง ที่จริงคนกลางไม่ได้เป็นตัวแทนของฝ่ายเดียว แต่พระเจ้าทรงเป็นหนึ่ง 

ถ้าเช่นนั้นธรรมบัญญัติขัดแย้งกับพระสัญญาของพระเจ้าหรือ? ไม่เป็นเช่นนั้นแน่นอน เพราะว่าถ้าธรรมบัญญัติที่ถูกตั้งไว้นั้นสามารถให้ชีวิต ความชอบธรรมก็จะมีได้โดยธรรมบัญญัตินั้นจริง แต่พระคัมภีร์ได้จองจำทุกคนไว้ในบาป เพื่อพระสัญญาที่ตั้งอยู่บนความเชื่อในพระเยซูคริสต์จะถูกมอบให้แก่บรรดาผู้ที่เชื่อ”

นี่คือพระวจนะของพระเจ้า

ขอบพระคุณพระเจ้า

.

.

บทใคร่ครวญ: “ถ้าเช่นนั้น ธรรมบัญญัติมีไว้เพื่ออะไร?”

ไม่มีใครเดินเข้าโรงพยาบาลด้วยความหวังว่าจะได้รับข่าวร้าย

เวลาเราไปตรวจร่างกายประจำปี เราทุกคนต่างคาดหวัง คำพูดจากปากหมอว่า:

“คุณแข็งแรงดีครับ แค่ดื่มน้ำให้เยอะขึ้น พักผ่อนให้มากขึ้นก็พอ”

คงไม่มีใครอยากเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของคุณหมอตอนก้มมองแฟ้มประวัติ แล้วเงยหน้าบอกว่า:

“หมอเสียใจที่ต้องบอกว่า… เราเจอสิ่งผิดปกติที่ร้ายแรง”

แต่ลองคิดดูดีๆ… ถ้าเรามีโรคร้ายที่กัดกินชีวิตอยู่จริงๆ

คำวินิจฉัยที่ตรงไปตรงมานั้น—แม้จะฟังดูเจ็บปวดและน่ากลัว— กลับเป็นความเมตตาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

เพราะหากปราศจากการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เราก็จะไม่รู้ตัว และที่สำคัญที่สุด… เราก็จะไม่ขวนขวายหาการรักษา จนสายเกินไป

เช้านี้ พระวจนะของพระเจ้าพาเรามาเผชิญหน้ากับคำถามสำคัญว่า:

“ถ้าเช่นนั้น ธรรมบัญญัติมีไว้เพื่ออะไร?”

ถ้ากฎเกณฑ์ต่างๆ ช่วยให้เรารอดไม่ได้…

ถ้ามันประทานพระวิญญาณให้เราไม่ได้…

แล้วพระเจ้าจะประทานธรรมบัญญัติมาทำไม?

พระองค์ต้องการปั่นป่วนให้เราอึดอัดใจ หงุดหงิด และรู้สึกแย่กับตัวเอง อย่างนั้นหรือ?

เปาโลตอบเราอย่างชัดเจนว่า… “ใช่ ถูกต้องแล้ว”

เราควรจะต้องรู้สึกอึดอัด ร้อนรน และจนตรอก

ในข้อ 22 เปาโลใช้ภาพที่รุนแรงว่า:

“พระคัมภีร์ได้จองจำทุกคนไว้ในบาป เพื่อพระสัญญาที่ตั้งอยู่บนความเชื่อในพระเยซูคริสต์จะถูกมอบให้แก่บรรดาผู้ที่เชื่อ”

พระเจ้าประทานบัญญัติ 10 ประการ คำเทศนาบนภูเขา และกฎศีลธรรมทั้งปวงมา ด้วยวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนเพียงอย่างเดียว คือ:

เพื่อบดขยี้อีโก้ (Ego) และความมั่นใจผิดๆ ของเราให้แหลกสลาย

 พระองค์บอกว่า “อย่าโลภ” เพื่อกระชากหน้ากากให้เราเห็นว่า ลึกๆ แล้วเราเป็นคนเห็นแก่ได้แค่ไหน

พระองค์บอกว่า “จงรักเพื่อนบ้าน” เพื่อให้เราตระหนักว่า แท้จริงแล้วเราเป็นคนเห็นแก่ตัวเพียงใด

พระเจ้าใช้ธรรมบัญญัติเป็นเหมือน “ผู้คุมขัง” หรือห้องขัง

เพื่อทุบทำลายข้ออ้างที่เราชอบปลอบใจตัวเองว่า “ฉันก็เป็นคนดีพอสมควรนะ” ให้พังทลายลง

พระองค์ “ขัง” เราไว้ด้วยความจริง เพื่อให้เราเลิกมองหาทางหนีทีไล่ แล้วเริ่มมองหา “กุญแจ”

เพราะตราบใดที่เรายังคิดว่า “ฉันดูแลตัวเองได้ ฉันรักษาตัวเองไหว”

เราจะไม่มีวันมองไปที่พระเยซู

เราจะมองพระองค์เป็นแค่ “ไลฟ์โค้ช” (Life Coach) ที่คอยแนะนำวิธีพัฒนาตัวเองให้เป็นเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิม

แต่เมื่อธรรมบัญญัติทำงานของมันอย่างสมบูรณ์

เมื่อมันแสดงผลเอกซเรย์ทางวิญญาณให้เห็นว่า เราเน่าเฟะจากข้างใน เราแตกสลายเกินเยียวยา และเราติดคุกที่ไม่มีวันแหกออกได้

เมื่อนั้นแหละ.. ที่พระเยซูจะงดงามจับใจขึ้นมาทันที

เพราะเราไม่ได้ต้องการแค่ไลฟ์โค้ช แต่เราต้องการ “พระผู้ช่วยให้รอด”

ดังนั้นในฤดูกาลมหาพรตนี้… จงอนุญาตให้ธรรมบัญญัติทำหน้าที่ของมัน

อ่านพระบัญญัติ มองดูมาตรฐานความบริสุทธิ์ของพระเจ้า

และยอมให้ความจริงนั้นทำให้หัวใจของเราแหลกสลาย และละอาย

ยอมรับคำตัดสินโดยไม่ต้องหาข้อแก้ตัว

แต่อย่าหยุดอยู่แค่นั้น…

อย่ามัวแต่นั่งจิตตกอยู่ในห้องตรวจ จ้องมองฟิล์มเอกซเรย์ที่น่ากลัวแล้วร้องไห้สิ้นหวัง

เพราะนั่นไม่ใช่จุดจบ… นั่นเป็นแค่ทางผ่าน

ธรรมบัญญัติเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว เพื่อต้อนเราให้วิ่งไปหาพระคริสต์

พระองค์ผู้เสด็จมาตามพระสัญญา… พระองค์คือการรักษา

และเมื่อพระคริสต์เสด็จมาแล้ว ประตูคุกได้ถูกเปิดออก

หน้าที่ของผู้คุมจบลงแล้ว

วันนี้… เราจึงก้าวออกมาสู่เสรีภาพแห่งความเชื่อ อย่างมั่นใจ

.

.

บทอธิษฐานยามเช้า

“ข้าแต่พระเจ้า…

ขอบพระคุณสำหรับธรรมบัญญัติ แม้ความจริงของมันจะทำให้ข้าพระองค์เจ็บปวด

ขอบพระคุณที่ทรงเป็นเหมือนแพทย์ผู้ซื่อสัตย์ ที่ไม่ปิดบังโรคร้ายของข้าพระองค์

พระองค์ทำให้ข้าพระองค์ตาสว่าง และยอมรับว่า… ข้าพระองค์ไม่อาจช่วยตนเองให้รอดได้

ข้าพระองค์ขอสารภาพว่า บ่อยครั้งข้าพระองค์พยายามหาช่องโหว่

หรือพยายามทำดีเล็กๆ น้อยๆ เพื่อกลบเกลื่อนความผิดบาปในใจ

แต่วันนี้ ข้าพระองค์ขอยอมจำนนต่อคำวินิจฉัยนั้น

ข้าพระองค์เป็นคนบาปที่ล้มเหลว และต้องการการรักษา

สรรเสริญพระองค์ สำหรับพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเป็นยารักษา และเป็นกุญแจสู่เสรีภาพ

พระองค์ทรงรับเอาโรคร้ายของข้าพระองค์ไป และประทานชีวิตใหม่ให้

ขอช่วยให้ข้าพระองค์ เลิกพยายามสร้างภาพความชอบธรรมให้ตนเอง

แต่วางใจในพระคริสต์… ผู้ทรงเป็นความชอบธรรมเดียวของข้าพระองค์

อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน”

.

.

เราจะนมัสการร่วมกันในเพลง “เครื่องบูชาที่หายใจ”

Youtube Link

.

Link to today’s Morning Office

Leave a comment

Navigation

About

This project is initiated by Revd Canon Terry Wong, Vicar of Marine Parade Christian Centre. Various clergy , pastors and lay members are also contributing in writing or voicing. For feedback or questions, please email Canon Wong at terrywg@gmail.com