วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026
สัปดาห์แรกของเทศกาลมหาพรต
กลางคืนผ่านพ้นไปแล้ว และวันใหม่เปิดอยู่ เบื้องหน้าเรา
เราร่วมใจอธิษฐาน ด้วยจิตใจเป็นหนึ่งเดียว
(สงบใจ ในความเงียบ)
ในขณะที่เราชื่นชมยินดี ในของประทานแห่งวันใหม่นี้
ขอให้แสงสว่างแห่งพระพักตร์ ขององค์พระผู้เป็นเจ้า
จุดไฟรักในใจของเรา เพื่อพระองค์
บัดนี้และสืบไปเป็นนิตย์
อาเมน
.
.
สดุดี 63:1-8
“ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์
ข้าพระองค์จะแสวงหาพระองค์
จิตใจของข้าพระองค์กระหายหาพระองค์
เนื้อหนังของข้าพระองค์กระเสือกกระสนหาพระองค์
ในดินแดนที่แห้งแล้งและอ่อนระโหย
ที่ซึ่งไม่มีน้ำ
เช่นนั้นแหละ ข้าพระองค์เคยเห็นพระองค์ในสถานนมัสการ
เห็นฤทธานุภาพและพระสิริของพระองค์
เพราะว่าความรักมั่นคงของพระองค์ดีกว่าชีวิต
ริมฝีปากของข้าพระองค์จะยกย่องพระองค์
เช่นนั้นแหละ
ข้าพระองค์จะถวายสาธุการแด่พระองค์
ตราบที่ข้าพระองค์มีชีวิตอยู่
ข้าพระองค์จะชูมือต่อพระนามของพระองค์
จิตใจของข้าพระองค์จะอิ่มหนำดังได้กินอาหารชั้นเลิศ
และปากของข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ด้วยริมฝีปากที่ชื่นบาน
เมื่อข้าพระองค์ระลึกถึงพระองค์ขณะอยู่บนที่นอน
และใคร่ครวญถึงพระองค์ทุกๆ ยาม
เพราะพระองค์ทรงเป็นความอุปถัมภ์ของข้าพระองค์
ข้าพระองค์จะร้องเพลงด้วยความยินดีอยู่ในร่มปีกของพระองค์
จิตใจของข้าพระองค์แนบสนิทกับพระองค์
พระหัตถ์ขวาของพระองค์ค้ำจุนข้าพระองค์ไว้”
พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน
.
.
กาลาเทีย 6:1-10
“พี่น้องทั้งหลาย แม้จับใครที่ละเมิดประการใดได้ พวกท่านซึ่งอยู่ฝ่ายพระวิญญาณ จงช่วยคนนั้นด้วยใจสุภาพอ่อนโยนให้เขากลับตั้งตัวใหม่ โดยคิดถึงตัวเอง เกรงว่าท่านจะถูกทดลองด้วย จงช่วยรับภาระของกันและกัน และด้วยการกระทำเช่นนี้ท่านทั้งหลายก็ได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติของพระคริสต์ เพราะว่าถ้าใครถือตัวว่าเป็นคนสำคัญ ทั้งๆ ที่เขาไม่สำคัญอะไรเลย เขาก็หลอกตัวเอง แต่ละคนจงสำรวจการกระทำของตนเอง แล้วจึงจะมีอะไรอวดได้ในตัวเองโดยไม่ต้องเปรียบกับผู้อื่น เพราะว่าแต่ละคนต้องรับภาระของตัวเอง
ส่วนคนที่รับการสอนพระวจนะ จงแบ่งสิ่งดีทุกอย่างให้แก่คนที่สอนตนเถิด อย่าหลงเลย ท่านจะล้อเล่นกับพระเจ้าไม่ได้ เพราะว่าใครหว่านอะไรลง ก็จะเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น คนที่หว่านสิ่งที่ตอบสนองเนื้อหนังของตน ก็จะเก็บเกี่ยวความเปื่อยเน่าจากเนื้อหนังนั้น แต่คนที่หว่านสิ่งที่ตอบสนองพระวิญญาณ ก็จะเก็บเกี่ยวชีวิตนิรันดร์จากพระวิญญาณนั้น อย่าให้เราเมื่อยล้าในการทำดี เพราะว่าถ้าเราไม่ท้อใจแล้ว เราก็จะเก็บเกี่ยวในเวลาอันสมควร เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีโอกาส ให้เราทำดีต่อทุกคน และเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อคนที่เป็นสมาชิกของครอบครัวแห่งความเชื่อ”
นี่คือพระวจนะของพระเจ้า
ขอบพระคุณพระเจ้า
.
.
บทใคร่ครวญ: “ใครหว่านอะไรลง ก็จะเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น…“
ชีวิตส่วนใหญ่ของเราเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น
ไม่มีใครเห็นความคิดที่เราครุ่นคิดขณะอาบน้ำ ไม่มีใครเห็นการเสียสละความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำให้คนในครอบครัว และไม่มีใครเห็นคำอธิษฐานที่เรา พูดเบาๆ ในรถ
เพราะสิ่งเหล่านี้มองไม่เห็น เราจึงมักคิดว่ามันไม่สำคัญ เราคิดว่าเราจะแอบทำบาปเงียบๆ ก็ได้เพราะ “ไม่มีอะไรเกิดขึ้น” เราคิดว่าความดีที่เราทำในที่ลับนั้นเสียเปล่าเพราะ “ไม่มีใครสังเกตเห็น”
แต่เปาโลหยุดความคิดเราด้วยความจริงที่เรียกสติว่า: ท่านจะล้อเล่นกับพระเจ้าไม่ได้
“เพราะว่าใครหว่านอะไรลงไป ก็จะเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น”
ชีวิตของเราไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่มันคือกระบวนการเกษตรกรรมที่ช้า เงียบเชียบ และจะเกิดผลที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทุกครั้งที่เราเลือกที่จะให้อภัยแทนที่จะผูกใจเจ็บ เรากำลังหว่าน “เมล็ดพันธุ์แห่งพระวิญญาณ” มันหายวับลงไปในดิน ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ภายใต้ผิวดินนั้น รากแห่งสันติสุขกำลังงอกเงย
ทุกครั้งที่เราเลือกปล่อยใจไปกับจินตนาการ (ที่ผิดบาป) หรือความคิดขมขื่น เรากำลังหว่าน “เมล็ดพันธุ์แห่งเนื้อหนัง” มันหายลงไปในดินเช่นกัน แต่ภายใต้ผิวดิน รากแห่งความเน่าเปื่อยเสื่อมสลายกำลังเติบโต
นี่เป็นทั้ง คำเตือน และ คำปลอบประโลมใจ อันยิ่งใหญ่
คำเตือน: เราจะปลอมแปลงผลผลิตไม่ได้ ถ้าเราปลูกข้าวโพด เราจะไม่มีทางได้สตรอว์เบอร์รี ไม่ว่าเราจะอธิษฐานมากแค่ไหนก็ตาม ถ้าเราปลูกความรักโลก ความเห็นแก่ตัว และความเย่อหยิ่ง ท้ายที่สุดเราจะเก็บเกี่ยวชีวิตที่โดดเดี่ยวและแตกสลาย
คำหนุนใจ: “อย่าให้เราเมื่อยล้าในการทำดี เพราะว่าถ้าเราไม่ท้อใจแล้ว เราก็จะเก็บเกี่ยวในเวลาอันสมควร”
ข้อความนี้สำหรับทุกคนที่รู้สึกว่าเชื่อฟังพระเจ้าแล้ว แต่ไม่เห็นผล
เราหว่านความรักให้คู่ชีวิตที่อาจไม่ใช่คนน่ารัก แต่ผลคือ เขาก็ยังเย็นชา
เราหว่านความซื่อสัตย์สุจริตในที่ทำงาน แต่กลับถูกมองข้ามตอนพิจารณา เลื่อนตำแหน่ง
เราหว่านคำอธิษฐาน แต่ฟ้ากลับเงียบสนิท
เปาโลบอกว่า: รอหน่อย ฤดูกาลนั้นกำลังจะมาถึง
ชาวนาไม่หย่อนเมล็ดลงไปแล้วกลับมาดูในอีก 5-10 นาที พร้อมตะโกนว่า “ไหนล่ะผลผลิต?!” แต่เขาวางใจในกระบวนการ
ความยุติธรรม และพระคุณของพระเจ้านั้นเที่ยงตรง ดั่งดวงอาทิตย์ขึ้น ไม่มีความรักใดที่สูญเปล่า มันกำลังบ่มเพาะตัวอยู่
ดังนั้น เช้านี้… ลองตรวจดูถุงเมล็ดพันธุ์ของเรา
วันนี้เราจะหย่อนอะไรลงในผืนดินแห่งชีวิต?
พระวจนะหนุนใจให้เราหว่านความอดทน หว่านความเมตตา หว่านข่าวประเสริฐ
แล้ววางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยว ผลผลิตที่ตอนนี้อาจ มองไม่เห็น แต่มันจะไม่สูญปล่าว มันจะเกิดขึ้นแน่นอน และมันก็กำลังจะเกิดขึ้น
.
.
คำอธิษฐานยามเช้า:
ข้าแต่บิดา พระเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยว ลูกขอสารภาพว่าบ่อยครั้งลูกใช้ชีวิตราวกับว่าการเลือกของลูกไม่มีผลอะไร ลูกหว่านเนื้อหนังแต่คาดหวังจะเก็บเกี่ยวสันติสุข โปรดอภัยให้กับการหลอกตัวเองของลูก ลูกขอสารภาพด้วยว่าลูกเหนื่อยล้า ลูกหว่านสิ่งดีแต่เห็นผลน้อยเหลือเกิน โปรดเสริมกำลังมือของลูกในวันนี้ ช่วยให้ลูกวางใจในงานของพระวิญญาณที่อาจดูช้าและยาวนาน ขออย่าให้ลูกท้อถอย วันนี้ลูกขอเลือกที่จะหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความรักและความเมตตา โดยวางใจว่าในเวลาที่สมบูรณ์ของพระองค์ การเก็บเกี่ยวจะมาถึง
ในพระนามพระเยซูคริสต์ อาเมน
.
.
เรานมัสการด้วยกันในเพลง ตลอดชีวิต
.
Leave a comment