วันนี้เป็นวันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2026
เทศกาลมหาพรต (Lent) สัปดาห์ที่ 4
ขอให้วันนี้เป็นเช้าที่เราเข้ามาหาพระเจ้า ด้วยใจถ่อม และวางใจในพระคุณแห่งพันธสัญญาใหม่
เราอธิษฐาน:
ข้าแต่พระบิดาเจ้า ในเช้าวันใหม่นี้ ข้าพระองค์เข้ามาต่อพระพักตร์ของพระองค์ ด้วยใจที่ต้องการพระเมตตาและการชำระใหม่
ในเทศกาลมหาพรตนี้ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้มองเห็นความจริงของบาป ความเปราะบางของโลก และความจำเป็นของพระคุณ
โปรดทรงนำข้าพระองค์ให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้กลางแห่งพันธสัญญาใหม่ และพระองค์ทรงถวายพระองค์เอง
เพื่อไถ่ข้าพระองค์ ขอให้วันนี้เป็นวันที่ข้าพระองค์ได้กลับใจ ได้รับการฟื้นฟู และได้ดำเนินชีวิตด้วยความหวังในพระสัญญานิรันดร์ของ
พระองค์
สาธุการแด่พระเจ้า พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ บัดนี้ และสืบไปเป็นนิตย์ อาเมน
.
.
สดุดี 79 : 1, 5, 8-9
1ข้าแต่พระเจ้า บรรดาประชาชาติได้ล่วงล้ำมรดกของพระองค์ พวกเขาได้ทำให้พระวิหารบริสุทธิ์ของพระองค์เป็นมลทิน พวกเขาได้ทำให้เยรูซาเล็มเป็นที่ปรักหักพัง
5ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์จะกริ้วไปอีกนานเท่าใด? เป็นนิตย์หรือพระเจ้าข้า? ความหวงแหนของพระองค์จะไหม้ดังไฟไปอีกนานเท่าใด?
8ขออย่าทรงระลึกถึงความชั่วของบรรพบุรุษ แล้วลงโทษข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอพระกรุณาของพระองค์เร่งมาพบข้าพระองค์ทั้งหลาย
เพราะข้าพระองค์ทั้งหลายตกต่ำมาก
9ข้าแต่พระเจ้าแห่งความรอด ขอทรงช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายเพราะเห็นแก่พระสิริแห่งพระนามของพระองค์ ขอทรงช่วยกู้และอภัยบาปของข้าพระองค์ทั้งหลายเพราะเห็นแก่พระนามของพระองค์
พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน
.
.
ฮีบรู 9:15–28
15เพราะเหตุนี้ พระคริสต์จึงทรงเป็นคนกลางแห่งพันธสัญญาใหม่ เพื่อให้คนทั้งหลายที่พระองค์ทรงเรียกมาได้รับมรดกนิรันดร์ตามพระสัญญา เพราะความตายที่เกิดขึ้นนั้นไถ่พวกเขาให้พ้นจากบรรดาการล่วงละเมิดที่เกิดภายใต้พันธสัญญาเดิมแล้ว 16เพราะว่าในกรณีที่เกี่ยวกับหนังสือพินัยกรรม ก็จะต้องพิสูจน์ว่าผู้ทำหนังสือนั้นตายแล้ว 17คนนั้นต้องตายเสียก่อน หนังสือพินัยกรรมจึงจะมีผล แต่ถ้าผู้ทำยังมีชีวิตอยู่ พินัยกรรมนั้นก็ใช้ไม่ได้ 18เหตุฉะนั้นแม้แต่พันธสัญญาเดิมก็ไม่ได้ทรงตั้งขึ้นโดยปราศจากเลือด 19เพราะเมื่อโมเสสประกาศบัญญัติทุกข้อในธรรมบัญญัติแก่บรรดาประชาชนแล้ว ท่านก็เอาเลือดลูกวัวเลือดแพะกับน้ำ และเอาขนแกะสีแดงและต้นหุสบมาประพรมหนังสือม้วนนั้นรวมทั้งประชาชนทั้งปวงด้วย 20ท่านกล่าวว่า “นี่คือโลหิตแห่งพันธสัญญาซึ่งพระเจ้าทรงบัญญัติไว้แก่เจ้าทั้งหลาย” 21แล้วท่านก็เอาเลือดประพรมพลับพลากับเครื่องใช้ทุกชนิดในพิธีนมัสการนั้นเช่นเดียวกัน 22แท้จริงตามธรรมบัญญัตินั้นถือว่าเกือบทุกสิ่งได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ได้ด้วยเลือด และถ้าไม่มีโลหิตไหลออกแล้ว ก็จะไม่มีการยกโทษบาปเลย
23เพราะฉะนั้น แบบจำลองของสวรรค์จึงจำเป็นต้องถูกชำระให้บริสุทธิ์โดยใช้เครื่องบูชาเช่นนี้ แต่ว่าของจริงจากสวรรค์นั้นต้องชำระให้บริสุทธิ์ด้วยเครื่องบูชาอันประเสริฐกว่านั้น 24เพราะว่าพระคริสต์ไม่ได้เสด็จเข้าไปในสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นด้วยมือมนุษย์ ซึ่งถอดแบบจากของจริง แต่พระองค์เสด็จเข้าไปในสวรรค์นั้นเอง เพื่อทรงปรากฏตัวต่อพระพักตร์พระเจ้าเพื่อพวกเรา 25ไม่ใช่เพื่อทรงถวายพระองค์เองซ้ำอีก ไม่เหมือนมหาปุโรหิตที่เข้าไปในสถานศักดิ์สิทธิ์ทุกปี โดยนำเอาเลือดซึ่งไม่ใช่ของตัวเองเข้าไปด้วย 26เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น พระองค์คงจะต้องทรงทนทุกข์หลายครั้งนับตั้งแต่สร้างโลกมา แต่ความจริง พระองค์ทรงปรากฏครั้งเดียวเท่านั้นในปลายยุค เพื่อกำจัดบาปให้หมดสิ้นไปโดยการถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชา 27ตามที่มีข้อกำหนดสำหรับมนุษย์ไว้แล้วว่าจะตายครั้งเดียว และหลังจากนั้นก็จะมีการพิพากษาฉันใด 28พระคริสต์ก็ฉันนั้น คือพระองค์ทรงถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชาครั้งเดียวเป็นพอ เพื่อจะได้ทรงแบกบาปของคนจำนวนมากไว้ แล้วพระองค์จะทรงปรากฏเป็นครั้งที่สอง ไม่ใช่เพื่อกำจัดบาป แต่เพื่อนำความรอดมาให้บรรดาผู้ที่รอคอยพระองค์ด้วยใจจดจ่อ
นี่คือพระวจนะของพระเจ้า
ขอบพระคุณพระเจ้า
.
.
บทใคร่ครวญ: “พระคริสต์ ผู้กลางแห่งพันธสัญญาใหม่”
สดุดี 79 เป็นบทเพลงแห่งการร้องทูลจากท่ามกลางความพังทลาย ผู้เขียนมองเห็นความเสียหายของเยรูซาเล็ม ความอับอายของประชากร และความเจ็บปวดที่เกิดจากบาปและการพิพากษา เสียงร้องของสดุดีบทนี้ไม่ใช่เสียงของคนเข้มแข็ง แต่เป็นเสียงของผู้ที่หมดหนทาง “ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอด เพื่อเห็นแก่พระนามของพระองค์”
นี่คือหัวใจของการกลับใจในเทศกาลมหาพรต เรามาหาพระเจ้าไม่ใช่เพราะเราดีพอแต่เพราะเราต้องการพระเมตตาและเราวิงวอน “เพื่อเห็นแก่พระนามของพระองค์” ความหวังของเราไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของเรา แต่อยู่ที่พระลักษณะของพระเจ้า ผู้ทรงสัตย์ซื่อและทรงกรุณา
ฮีบรู 9:15–28 พาเรามองไปยังคำตอบของเสียงร้องในสดุดี ผู้เขียนประกาศว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็น “ผู้กลางแห่งพันธสัญญาใหม่”
ในพันธสัญญาเดิม การอภัยบาปเกี่ยวข้องกับเลือดของสัตวบูชา ซึ่งต้องถวายซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่พระคริสต์ทรงทำสิ่งที่สมบูรณ์แบบกว่า
พระองค์ไม่ได้ถวายสิ่งอื่น แต่ถวาย “พระองค์เอง” “ทรงปรากฏเพียงครั้งเดียว… เพื่อกำจัดบาป” นี่คือความมหัศจรรย์ของกางเขนบาปของเรามีราคาสูงแต่พระคริสต์ทรงจ่ายราคานั้นครบถ้วนแล้ว
และผู้เขียนฮีบรูยังเตือนใจเราถึงความจริงที่สำคัญ “มนุษย์ถูกกำหนดไว้ให้ตายครั้งเดียว และหลังจากนั้นก็มีการพิพากษา” มหาพรตจึงเป็นเวลาที่เราต้องกลับมาถามตนเองว่า เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่เพื่อสิ่งใด? และ เราได้วางใจในพระคริสต์หรือยัง?
แต่ข่าวดีคือพระคริสต์ทรงแบกบาปของคนเป็นอันมากและผู้ที่รอคอยพระองค์จะได้รับความรอด
ในวันนี้… บางทีเราอาจรู้สึกเหมือนสดุดี 79 — โลกพังทลาย ใจอ่อนแรง และมีสิ่งที่เราแก้ไขไม่ได้ แต่ฮีบรู 9 ย้ำกับเราว่า “พระคริสต์ทรงเป็นผู้กลาง” พระองค์ทรงยืนอยู่ระหว่างความบาปของเรา กับพระเมตตาของพระเจ้าและพระองค์ทรงนำเราเข้าสู่พันธสัญญาใหม่แห่งการให้อภัยและชีวิตนิรันดร์
ข้อคิดสำหรับการดำเนินชีวิต
- การกลับใจเริ่มจากการร้องทูล “ขอทรงช่วย เพื่อเห็นแก่พระนามของพระองค์”
- ความหวังของเราอยู่ที่พระคริสต์ผู้ถวายพระองค์เพียงครั้งเดียว เท่านั้น
- จงดำเนินชีวิตด้วยความตั้งใจ เพราะชีวิตในโลกนี้มีความหมายในนิรันดร์
คำถามสำหรับการใคร่ครวญ
- วันนี้มีสิ่งใดในชีวิตที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนสดุดี 79 — พังทลายและหมดหนทาง?
- การที่พระคริสต์ทรงเป็น “ผู้กลางแห่งพันธสัญญาใหม่” หนุนใจคุณอย่างไร?
- คุณกำลังรอคอยพระคริสต์ด้วยใจพร้อมหรือยัง ในการดำเนินชีวิตแต่ละวัน?
คำอธิษฐาน:
ข้าแต่พระบิดาเจ้า ข้าพระองค์สารภาพว่าหลายครั้งข้าพระองค์หมดหนทางและอ่อนแรง ขอบพระคุณที่พระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้กลางแห่งพันธสัญญาใหม่ ผู้ทรงถวายพระองค์เองเพียงครั้งเดียวเพื่อกำจัดบาป และทรงนำข้าพระองค์เข้าสู่ความหวังนิรันดร์ โปรดทรงสอนข้าพระองค์ให้กลับใจอย่างจริงจัง และดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ ความหวัง และการรอคอยพระองค์ ในพระนามพระเยซูคริสต์ อาเมน ✨
เรานมัสการร่วมกันในเพลง โลหิตพระคริสต์
.
Leave a comment