19 มีนาคม 2026
เทศกาลมหาพรต (Lent) สัปดาห์ที่ 4
วันระลึกถึงนักบุญโยเซฟ แห่งนาซาเร็ธ
วันนี้ขอพระวจนะของพระเจ้านำเราเข้าสู่การ “วางใจท่ามกลางความกลัว” และการ “เดินตามการทรงนำของพระเจ้า” แม้ในความไม่แน่นอนของชีวิต
เราอธิษฐาน:
ข้าแต่พระบิดาเจ้า ในเช้าวันนี้ ข้าพระองค์เข้ามาหาพระองค์ด้วยใจถ่อม บางครั้งชีวิตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เต็มไปด้วยคำถาม ความกลัว และการตัดสินใจที่ยาก แต่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงนำทางและเป็นความรอดของข้าพระองค์ ขอทรงสอนข้าพระองค์ให้วางใจในพระองค์ ขอทรงนำข้าพระองค์ไปในทางของพระองค์และให้ข้าพระองค์ได้พักพิงในความสัตย์ซื่อของพระองค์
สาธุการแด่พระเจ้า พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ บัดนี้ และสืบไปเป็นนิตย์ อาเมน
.
.
สดุดี 25
1ข้าแต่พระยาห์เวห์ ข้าพระองค์ยกจิตใจของข้าพระองค์ขึ้นต่อพระองค์ 2ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์วางใจในพระองค์
ขออย่าให้ข้าพระองค์อับอาย ขออย่าให้ศัตรูได้ปรีดาปราโมทย์เหนือข้าพระองค์
4ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอทรงให้ข้าพระองค์รู้จักพระมรรคาของพระองค์ ขอทรงสอนวิถีของพระองค์แก่ข้าพระองค์ 5ขอทรงนำข้าพระองค์ไปในความจริงของพระองค์ และขอทรงสอนข้าพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพระองค์ ข้าพระองค์รอคอยพระองค์อยู่วันยังค่ำ
10พระมรรคาทั้งสิ้นของพระยาห์เวห์เป็นความรักมั่นคงและความสัตย์จริงแก่ผู้ที่รักษาพันธสัญญาและพระโอวาทของพระองค์ 11ข้าแต่พระยาห์เวห์ เพื่อเห็นแก่พระนามของพระองค์ ขอทรงให้อภัยความชั่วของข้าพระองค์ เพราะมันใหญ่โตนัก 12ผู้ใดเล่าเป็นคนยำเกรงพระยาห์เวห์? พระองค์จะทรงสอนผู้นั้นในทางที่เขาควรเลือก 13เขาเองจะอยู่เย็นเป็นสุขและพงศ์พันธุ์ของเขาจะได้แผ่นดินเป็นกรรมสิทธิ์
21ขอให้ความซื่อสัตย์สุจริตและความเที่ยงธรรมปกป้องข้าพระองค์เพราะข้าพระองค์รอคอยพระองค์อยู่
พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน
.
.
มัทธิว 2:13–23
13เมื่อพวกเขาไปแล้วก็มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้มาปรากฏแก่โยเซฟในความฝันแล้วบอกว่า “จงลุกขึ้นพาพระกุมารกับมารดาหนีไปประเทศอียิปต์ และคอยอยู่ที่นั่นจนกว่าเราจะบอกเจ้า เพราะว่าเฮโรดจะแสวงหาพระกุมาร เพื่อจะประหารชีวิตเสีย” 14ในเวลากลางคืนโยเซฟจึงลุกขึ้น พาพระกุมารกับมารดาไปยังประเทศอียิปต์ 15และได้อยู่ที่นั่นจนเฮโรดสิ้นพระชนม์ ทั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อจะให้สำเร็จตามพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งได้ตรัสผ่านทางผู้เผยพระวจนะว่า เราได้เรียกบุตรของเราให้ออกมาจากอียิปต์ 16เมื่อเฮโรดทรงเห็นว่าพวกนักปราชญ์หลอกท่านก็กริ้วยิ่งนัก จึงทรงสั่งคนไปฆ่าเด็กผู้ชายทั้งหมดในบ้านเบธเลเฮม และในบริเวณใกล้เคียงที่มีอายุตั้งแต่สองขวบลงมา โดยนับเวลาตามที่ท่านทรงทราบจากพวกนักปราชญ์ 17ครั้งนั้นก็สำเร็จตามพระวจนะที่ตรัสผ่านทางเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะว่า 18 “ได้ยินเสียงในหมู่บ้านรามาห์เป็นเสียงโอดครวญและร่ำไห้เสียงดังคือนางราเชลร้องไห้คร่ำครวญเพราะบรรดาบุตรของตน นางไม่รับฟังคำปลอบใจ เพราะบุตรทั้งหลายไม่อยู่แล้ว” 19เมื่อเฮโรดสิ้นพระชนม์แล้ว ทูตสวรรค์องค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาปรากฏแก่โยเซฟในความฝันที่ประเทศอียิปต์ สั่งว่า 20“จงลุกขึ้นพาพระกุมารกับมารดามายังแผ่นดินอิสราเอล เพราะพวกที่เป็นภัยต่อชีวิตของพระกุมารนั้นตายแล้ว” 21โยเซฟจึงลุกขึ้นพาพระกุมารกับมารดามายังแผ่นดินอิสราเอล 22แต่เมื่อได้ยินว่าอารเคลาอัสครอบครองแคว้นยูเดียแทนเฮโรดผู้เป็นพระบิดา เขาก็ไม่กล้าไปที่นั่น และเมื่อได้รับคำเตือนในความฝัน จึงเลยไปยังแคว้นกาลิลี 23ไปอาศัยในเมืองหนึ่งชื่อนาซาเร็ธ เพื่อจะสำเร็จตามพระวจนะ ซึ่งตรัสผ่านทางผู้เผยพระวจนะว่าท่านจะได้ชื่อว่าชาวนาซาเร็ธ
นี่คือพระวจนะของพระเจ้า
ขอบพระคุณพระเจ้า
บทใคร่ครวญ: “พระเจ้าจะทรงนำ… แม้ในเส้นทางที่น่าหวาดกลัว”
สดุดี 25 เป็นเสียงอธิษฐานของผู้ที่กำลังเผชิญความยากลำบาก ดาวิดไม่ได้อธิษฐานเพียงเพื่อขอให้ปัญหาหายไปแต่เขาอธิษฐานว่า “ขอทรงสำแดงมรรคาของพระองค์แก่ข้าพระองค์” นี่คือหัวใจของชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราในเทศกาลมหาพรต
ไม่ใช่แค่การหลีกหนีความทุกข์ แต่คือการเรียนรู้ที่จะเดินตามทางของพระเจ้า แม้ในวันที่เราเผชิญกับความทุกข์และไม่ได้เข้าใจทุกอย่าง ดาวิดพูดด้วยความมั่นใจว่า “พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพระองค์” ความรอดของเราไม่ได้อยู่ที่สถานการณ์ แต่อยู่ที่พระเจ้าผู้ทรงควบคุมอยู่ในทุกสถานการณ์
พระเยซู… ผู้เริ่มต้นชีวิตด้วยการเป็นผู้ลี้ภัย เมื่อเราอ่านมัทธิว 2:13–23 เราอาจสะดุดใจว่า พระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอด
เริ่มต้นชีวิตบนโลกนี้ด้วยการ “หนี” ครอบครัวของพระองค์ต้องลี้ภัยไปอียิปต์เพราะความโหดร้ายของกษัตริย์เฮโรด นี่เตือนเราว่า
พระคริสต์ไม่ได้เสด็จมาในโลกที่ปลอดภัย แต่เสด็จมาในโลกที่เต็มไปด้วยความรุนแรง ความอยุติธรรม และความกลัว และพระองค์ทรงรู้จักความทุกข์ของมนุษย์อย่างแท้จริง
ในตอนนี้ เราเห็นพระเจ้าทรงนำโยเซฟอย่างชัดเจน
- “จงลุกขึ้น… หนีไปอียิปต์”
- “จงกลับไปยังแผ่นดินอิสราเอล”
- “จงไปอยู่แคว้นกาลิลี”
ทุกก้าวเป็นการเชื่อฟัง ทุกก้าวเป็นการเดินตามพระสุรเสียง แม้เส้นทางจะไม่ง่าย บางครั้งการทรงนำของพระเจ้า ไม่ใช่การพาเราไปสู่ความสบายแต่เป็นการพาเราไปสู่ความปลอดภัยในพระประสงค์ของพระองค์
มหาพรตจึงนำเราสู่ฤดูกาลแห่งการวางใจ เทศกาลมหาพรตคือการเดินทาง เหมือนโยเซฟและมารีย์ที่ต้องเดินทางในความมืด โดยมีเพียงพระสุรเสียงของพระเจ้านำทาง และเหมือนดาวิดที่ร้องว่า “ขอทรงนำข้าพระองค์ไปในความจริงของพระองค์” เราอาจไม่รู้ทุกคำตอบ แต่เรารู้จักพระองค์ผู้ทรงนำและเรามั่นใจในพระองค์
วันนี้… คุณอาจกำลังอยู่ในช่วงที่ชีวิตเหมือน “ต้องหนี” หนีจากความกดดัน หนีจากความกลัว หนีจากความไม่แน่นอน
แต่ข่าวดีคือ พระเจ้าทรงอยู่ที่นั่นด้วยและพระองค์ทรงนำคุณทีละก้าว ในเส้นทางแห่งพระคุณของพระองค์
ข้อคิดสำหรับการดำเนินชีวิต
- จงอธิษฐานไม่ใช่แค่ “ขอให้ปัญหาหาย” แต่ “ขอให้พระองค์นำทาง”
- จงวางใจว่าพระเจ้าผู้ทรงอยู่ในทุกรายละเอียดของชีวิต
- จงเชื่อฟังทีละก้าว แม้เส้นทางจะไม่ชัดเจนทั้งหมด
.
.
คำถามสำหรับการใคร่ครวญ
- วันนี้มีเรื่องใดที่คุณกำลังต้องการให้พระเจ้าทรง “สำแดงหนทาง” แก่คุณ?
- คุณเคยอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องเดินไปข้างหน้าโดยไม่รู้ปลายทางหรือไม่? พระเจ้าทรงอยู่กับคุณอย่างไร?
- การที่พระเยซูทรงผ่านความไม่ปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้นชีวิต หนุนใจคุณอย่างไรในความทุกข์ของคุณเอง?
.
.
คำอธิษฐานปิดท้าย:
ข้าแต่พระบิดาเจ้า ขอบพระคุณที่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงนำทาง เมื่อข้าพระองค์สับสน เมื่อข้าพระองค์กลัว ขอให้ข้าพระองค์ได้ยึดมั่นในพระองค์ ขอบพระคุณพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเดินผ่านความทุกข์และความไม่แน่นอน เพื่อจะทรงอยู่กับข้าพระองค์ในทุกย่างก้าวโปรดสอนข้าพระองค์ให้เชื่อฟังและวางใจในความรักและความสัตย์ซื่อของพระองค์ ในพระนามพระเยซูคริสต์ อาเมน
เรานมัสการร่วมกันในเพลง ศิลาและป้อมปราการ
.
Leave a comment