21 มีนาคม 2026
เทศกาลมหาพรต (Lent) สัปดาห์ที่ 4
วันนี้พระวจนะนำเราจาก “พระเจ้าผู้ทรงเยียวยาจิตใจที่แตกสลาย” ไปสู่ “ชีวิตแห่งความเชื่อที่มองเห็นบ้านถาวรที่แท้จริงในสวรรค์”
เราอธิษฐาน:
ข้าแต่พระบิดาเจ้า ในเช้าวันนี้ ข้าพระองค์เข้ามาหาพระองค์ด้วยใจสงบ ขอบพระคุณที่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงสร้างและทรงดูแลสิ่งเล็กน้อยในชีวิตของข้าพระองค์ เมื่อใจของข้าพระองค์อ่อนล้า แตกสลาย หรือหมดหวัง พระองค์ทรงเป็นผู้เยียวยาและทรงผูกพันบาดแผลของข้าพระองค์ ขอทรงเพิ่มพูนความเชื่อในใจให้ข้าพระองค์มองเห็นสิ่งที่มองไม่เห็นและเดินต่อไปด้วยความหวังในพระสัญญาสาธุการแด่พระเจ้า พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ บัดนี้ และสืบไปเป็นนิตย์ อาเมน
.
.
สดุดี 147
1สรรเสริญพระยาห์เวห์ เป็นการดีที่จะร้องเพลงสดุดีพระเจ้าของเรา เป็นการน่าชื่นใจและสมควรที่จะสรรเสริญพระองค์ 3 พระองค์ทรงรักษาคนที่ใจแตกสลายและทรงพันแผลให้เขา 5องค์เจ้านายของเราใหญ่ยิ่ง และทรงฤทธานุภาพนัก ความเข้าใจของพระองค์นั้นสุดจะวัดได้ 6พระยาห์เวห์ทรงค้ำจุนผู้ถูกข่มเหง พระองค์ทรงเหวี่ยงคนอธรรมลงถึงดิน
10พระองค์มิได้พอพระทัยในกำลังของม้า พระองค์มิได้ทรงปรีดีในขาของมนุษย์ 11แต่พระยาห์เวห์ทรงปรีดีในคนที่ยำเกรงพระองค์ในคนที่เฝ้าคอยความรักมั่นคงของพระองค์
19พระองค์ทรงสำแดงพระวจนะของพระองค์แก่ยาโคบ กฎเกณฑ์และกฎหมายของพระองค์แก่อิสราเอล 20พระองค์มิได้ทรงทำเช่นนี้แก่ประชาชาติอื่นใด พวกเขาไม่รู้จักกฎหมายของพระองค์
พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน
.
.
ฮีบรู 11:1–16
1ความเชื่อคือความมั่นใจในสิ่งที่หวังไว้ เป็นความแน่ใจในสิ่งที่มองไม่เห็น 2โดยความเชื่อนี้เองคนสมัยก่อนจึงได้รับการรับรองจากพระเจ้า 3โดยความเชื่อ เราจึงเข้าใจว่า พระเจ้าได้ทรงสร้างจักรวาล ด้วยพระดำรัสของพระองค์ ดังนั้นสิ่งที่มองเห็นจึงเป็นสิ่งที่เกิดจากสิ่งที่ไม่ปรากฏให้เห็น 4โดยความเชื่อ อาเบลจึงนำเครื่องบูชาที่ดีกว่าของคาอินมาถวายแด่พระเจ้า โดยทางความเชื่อนั้นท่านได้รับการรับรองว่าเป็นคนชอบธรรม พระเจ้าทรงรับรองของถวายของท่าน แม้ว่าอาเบลตายไปแล้ว แต่โดยทางความเชื่อท่านจึงยังพูดอยู่ 5โดยความเชื่อ เอโนคจึงถูกรับขึ้นไปเพื่อไม่ให้ท่านประสบกับความตาย ไม่มีผู้ใดพบท่านเพราะพระเจ้าทรงรับท่านไปแล้ว เพราะก่อนที่จะรับท่านขึ้นไปนั้น ท่านได้รับการรับรองแล้วว่าท่านเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า 6แต่ถ้าไม่มีความเชื่อแล้ว จะไม่เป็นที่พอพระทัยเลย เพราะว่าผู้ที่จะมาเฝ้าพระเจ้านั้น ต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่ และพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานบำเหน็จแก่คนเหล่านั้นที่แสวงหาพระองค์ 7โดยความเชื่อ เมื่อโนอาห์ได้รับพระดำรัสเตือนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ยังมองไม่เห็น ท่านจึงยำเกรงและต่อเรือใหญ่ เพื่อช่วยครอบครัวของตนให้ปลอดภัย และโดยทางความเชื่อนั้น ท่านจึงกล่าวโทษชาวโลก และกลายเป็นทายาทแห่งความชอบธรรมซึ่งมาโดยความเชื่อ
8โดยความเชื่อ เมื่ออับราฮัมได้รับการทรงเรียกให้ออกเดินทางไปยังที่ที่ท่านจะรับเป็นมรดก ท่านก็เชื่อฟังและเดินทางออกไปโดยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน 9โดยความเชื่อ ท่านได้อาศัยในแผ่นดินแห่งพระสัญญาเหมือนเป็นคนต่างด้าว โดยพักอยู่ในเต็นท์ร่วมกับอิสอัคและยาโคบผู้เป็นทายาทตามพระสัญญาเดียวกันนั้น 10ท่านเฝ้าคอยนครที่ตั้งอยู่บนรากฐานซึ่งพระเจ้าทรงเป็นสถาปนิกและทรงเป็นผู้สร้าง 11โดยความเชื่อ อับราฮัมได้รับพลังที่จะมีบุตร แม้ท่านชรามากแล้ว และนางซาราห์เองก็เป็นหมัน เพราะท่านถือว่าพระองค์ผู้ทรงสัญญานั้นซื่อสัตย์ 12เหตุฉะนั้น จากชายคนเดียวซึ่งเป็นเสมือนคนตายแล้วนั้น ก็ทำให้มีผู้สืบเชื้อสายเกิดมามากมายดังดวงดาวในท้องฟ้า และดังเม็ดทรายอันนับไม่ถ้วนที่ฝั่งทะเล
13คนเหล่านี้ทั้งหมดตายในขณะที่ยังมีความเชื่ออยู่ และยังไม่ได้รับสิ่งต่างๆ ที่ทรงสัญญาไว้ แต่พวกเขาก็สังเกตเห็นแต่ไกลและรอรับด้วยใจยินดี และยอมรับว่าพวกเขาเป็นคนแปลกถิ่นที่ท่องเที่ยวไปในโลก 14เพราะคนที่พูดอย่างนี้ก็แสดงให้เห็นชัดแล้วว่า พวกเขากำลังแสวงหาเมืองที่จะได้เป็นของตนเอง 15ถ้าพวกเขาคิดถึงบ้านเมืองที่จากมานั้น พวกเขาก็คงจะมีโอกาสกลับไปได้ 16แต่ความจริงพวกเขาปรารถนาบ้านเมืองที่ประเสริฐกว่านั้นคือเมืองสวรรค์ เพราะฉะนั้น พระเจ้าจึงไม่ได้ทรงละอายที่จะได้รับการเรียกว่าเป็นพระเจ้าของพวกเขา เพราะพระองค์ทรงจัดเตรียมเมืองหนึ่งไว้สำหรับพวกเขาแล้ว
นี่คือพระวจนะของพระเจ้า
ขอบพระคุณพระเจ้า
.
.
บทใคร่ครวญ: “พระเจ้าทรงเยียวยา… และความเชื่อพาเรากลับบ้าน”
สดุดี 147 เป็นบทเพลงแห่งการนมัสการที่ยกย่องพระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็ทรงอ่อนโยนอย่างลึกซึ้ง ผู้เขียนไม่ได้พูดเพียงว่า พระเจ้าทรงสร้างดวงดาวและเรียกชื่อมันทุกดวง แต่ยังพูดว่า “พระองค์ทรงรักษาคนที่ใจแตกสลายและทรงพันแผลให้เขา” นี่คือความงดงามแห่งพระเมตตาของพระเจ้า พระองค์ทรงยิ่งใหญ่เกินจักรวาล แต่ทรงใกล้ชิดพอที่จะสัมผัสหัวใจที่แตกสลาย
ในเทศกาลมหาพรต เราถูกเชื้อเชิญให้กลับมาหาพระเจ้า ไม่ใช่เพียงเพื่อสำรวจบาปและความอ่อนแอของตนเอง
แต่เพื่อพบว่า … พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งการเยียวยา
พระองค์ไม่ทรงปรีดีใน “กำลังของม้า” หรือ “ความเข้มแข็งของมนุษย์” แต่ทรงพอพระทัยในคนที่ยำเกรงพระองค์ และเฝ้าคอยความรักมั่นคงของพระองค์ (สดุดี 147:10–11)
แต่เมื่อเราได้รับการเยียวยาแล้ว เราจะเดินต่อไปอย่างไรในโลกที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน?
ฮีบรู 11 ตอบเราด้วยคำเดียวคือ … คำว่า “ความเชื่อ” “ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่หวังไว้ เป็นความแน่ใจในสิ่งที่มองไม่เห็น” ชีวิตคริสเตียนจึงไม่ใช่การเดินตามสิ่งที่ตาเห็น แต่เป็นการก้าวไปตามพระสัญญาที่พระเจ้าทรงตรัสไว้
ความเชื่อไม่ได้ทำให้เรา “ไม่เจ็บปวด” แต่ทำให้เรา “ไม่หยุดเดิน”
ผู้เขียนยกตัวอย่างอับราฮัม ผู้ซึ่งออกเดินทางโดยไม่รู้ปลายทาง “ท่านเชื่อฟังและเดินทางออกไปโดยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน” (ฮีบรู 11:8)
เพราะเหตุใดเขาจึงเดินต่อได้? เพราะเขาไม่ได้มองหาบ้านถาวรในโลกนี้ “ท่านเฝ้าคอยนครที่ตั้งอยู่บนรากฐานซึ่งพระเจ้าทรงเป็นสถาปนิกและทรงเป็นผู้สร้าง” (ฮีบรู 11:10)
นี่คือหัวใจของความเชื่อในมหาพรต เราคือคนแปลกถิ่นที่กำลังเดินทาง โลกนี้ไม่ใช่บ้านถาวรของเรา
แต่บ้านแท้จริงของเราคือ นครนิรันดร์ที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ “พวกเขาปรารถนาบ้านเมืองที่ประเสริฐกว่านั้นคือเมืองสวรรค์” (ฮีบรู 11:16)
มหาพรตคือการเดินทางกลับบ้าน เมื่อเราเดินผ่านมหาพรต เรากำลังเดินไปกับพระคริสต์สู่กางเขน เพื่อจะได้พบชีวิตใหม่ในการฟื้นคืนพระชนม์ เราอาจเหนื่อย อาจชอกช้ำใจ อาจรู้สึกเหมือนเป็นคนต่างถิ่นในโลกนี้ แต่สดุดี 147 เตือนว่า พระเจ้าทรงรักษาคนที่ใจแตกสลายและทรงพันแผลให้เขา และฮีบรู 11 เตือนว่า ความเชื่อจะพาเรากลับบ้าน
วันนี้… หากหัวใจของคุณมีบาดแผล จงมาหาพระองค์ เพราะพระองค์ทรงรักษา หากเส้นทางยังไม่ชัด จงจับความเชื่อไว้แน่น เพราะพระองค์ทรงนำ และหากคุณรู้สึกเหมือนเป็นคนต่างถิ่นในโลกนี้ จงจำไว้ว่า … พระเจ้าทรงเตรียม “บ้านที่ดีกว่า” ไว้แล้วสำหรับคุณ
ข้อคิดสำหรับการดำเนินชีวิต
- จงมาหาพระเจ้าเมื่อใจชอกช้ำ เพราะพระองค์ทรงเยียวยา
- จงดำเนินด้วยความเชื่อ ไม่ใช่ด้วยความกลัว
- จงจำไว้ว่าบ้านถาวรที่แท้จริงของเราคือแผ่นดินสวรรค์ของพระเจ้า
คำถามสำหรับการใคร่ครวญ
- วันนี้มีบาดแผลหรือความเหนื่อยล้าใดที่คุณอยากให้พระเจ้าทรงเยียวยา?
- ความเชื่อกำลังช่วยให้คุณ “เดินต่อ” ในเรื่องใด แม้ยังมองไม่เห็นคำตอบ?
- โลกนี้คือบ้านของคุณ หรือคุณกำลังมองหาบ้านถาวรที่แท้จริงคือแผ่นดินสวรรค์ของพระเจ้าที่พระองค์ทรงเตรียมไว้?
.
.
คำอธิษฐานปิดท้าย:
ข้าแต่พระบิดาเจ้า ขอบพระคุณที่พระองค์ทรงรักษาคนใจที่ชอกช้ำและทรงพันบาดแผลของข้าพระองค์ โปรดเพิ่มพูนความเชื่อในใจ
ให้ข้าพระองค์มั่นใจในพระสัญญาแม้ในวันที่ยังมองไม่เห็นคำตอบ ขอให้ข้าพระองค์ดำเนินชีวิตในเทศกาลมหาพรตนี้ด้วยความหวังในนครที่พระองค์ทรงเตรียมไว้และด้วยใจที่มุ่งที่จะกลับบ้านไปหาพระองค์ ในพระนามพระเยซูคริสต์ อาเมน
.
.
ให้เรานมัสการในเพลง รักษา
.
Leave a comment