Daily Devotion

This daily devotion is based on the Anglican Morning Office. It comes with selected readings from the Psalms and another Scripture text, accompanied by reflections and prayers. There is an audio option. It will be best to both read and listen. This devotion is also suitable for family prayers. The link to the entire Morning Office today is provided at the end of this devotion. These devotions are offered for weekdays only and begins on Ash Wednesday, 2025.

21 มีนาคม 2026

21 มีนาคม 2026

เทศกาลมหาพรต (Lent) สัปดาห์ที่ 4

วันนี้พระวจนะนำเราจาก “พระเจ้าผู้ทรงเยียวยาจิตใจที่แตกสลาย” ไปสู่ “ชีวิตแห่งความเชื่อที่มองเห็นบ้านถาวรที่แท้จริงในสวรรค์”


เราอธิษฐาน:

ข้าแต่พระบิดาเจ้า ในเช้าวันนี้ ข้าพระองค์เข้ามาหาพระองค์ด้วยใจสงบ ขอบพระคุณที่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงสร้างและทรงดูแลสิ่งเล็กน้อยในชีวิตของข้าพระองค์ เมื่อใจของข้าพระองค์อ่อนล้า แตกสลาย หรือหมดหวัง พระองค์ทรงเป็นผู้เยียวยาและทรงผูกพันบาดแผลของข้าพระองค์ ขอทรงเพิ่มพูนความเชื่อในใจให้ข้าพระองค์มองเห็นสิ่งที่มองไม่เห็นและเดินต่อไปด้วยความหวังในพระสัญญาสาธุการแด่พระเจ้า พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ บัดนี้ และสืบไปเป็นนิตย์ อาเมน


.

.

สดุดี 147

1สรรเสริญพระยาห์เวห์ เป็นการดีที่จะร้องเพลงสดุดีพระเจ้าของเรา เป็นการน่าชื่นใจและสมควรที่จะสรรเสริญพระองค์ 3 พระองค์ทรงรักษาคนที่ใจแตกสลายและทรงพันแผลให้เขา 5องค์เจ้านายของเราใหญ่ยิ่ง และทรงฤทธานุภาพนัก ความเข้าใจของพระองค์นั้นสุดจะวัดได้ 6พระยาห์เวห์ทรงค้ำจุนผู้ถูกข่มเหง พระองค์ทรงเหวี่ยงคนอธรรมลงถึงดิน

10พระองค์มิได้พอพระทัยในกำลังของม้า พระองค์มิได้ทรงปรีดีในขาของมนุษย์ 11แต่พระยาห์เวห์ทรงปรีดีในคนที่ยำเกรงพระองค์ในคนที่เฝ้าคอยความรักมั่นคงของพระองค์

19พระองค์ทรงสำแดงพระวจนะของพระองค์แก่ยาโคบ กฎเกณฑ์และกฎหมายของพระองค์แก่อิสราเอล 20พระองค์มิได้ทรงทำเช่นนี้แก่ประชาชาติอื่นใด พวกเขาไม่รู้จักกฎหมายของพระองค์

พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน


.

.

ฮีบรู 11:1–16

1ความเชื่อคือความมั่นใจในสิ่งที่หวังไว้ เป็นความแน่ใจในสิ่งที่มองไม่เห็น 2โดยความเชื่อนี้เองคนสมัยก่อนจึงได้รับการรับรองจากพระเจ้า 3โดยความเชื่อ เราจึงเข้าใจว่า พระเจ้าได้ทรงสร้างจักรวาล ด้วยพระดำรัสของพระองค์ ดังนั้นสิ่งที่มองเห็นจึงเป็นสิ่งที่เกิดจากสิ่งที่ไม่ปรากฏให้เห็น 4โดยความเชื่อ อาเบลจึงนำเครื่องบูชาที่ดีกว่าของคาอินมาถวายแด่พระเจ้า โดยทางความเชื่อนั้นท่านได้รับการรับรองว่าเป็นคนชอบธรรม พระเจ้าทรงรับรองของถวายของท่าน แม้ว่าอาเบลตายไปแล้ว แต่โดยทางความเชื่อท่านจึงยังพูดอยู่ 5โดยความเชื่อ เอโนคจึงถูกรับขึ้นไปเพื่อไม่ให้ท่านประสบกับความตาย ไม่มีผู้ใดพบท่านเพราะพระเจ้าทรงรับท่านไปแล้ว เพราะก่อนที่จะรับท่านขึ้นไปนั้น ท่านได้รับการรับรองแล้วว่าท่านเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า 6แต่ถ้าไม่มีความเชื่อแล้ว จะไม่เป็นที่พอพระทัยเลย เพราะว่าผู้ที่จะมาเฝ้าพระเจ้านั้น ต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่ และพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานบำเหน็จแก่คนเหล่านั้นที่แสวงหาพระองค์ 7โดยความเชื่อ เมื่อโนอาห์ได้รับพระดำรัสเตือนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ยังมองไม่เห็น ท่านจึงยำเกรงและต่อเรือใหญ่ เพื่อช่วยครอบครัวของตนให้ปลอดภัย และโดยทางความเชื่อนั้น ท่านจึงกล่าวโทษชาวโลก และกลายเป็นทายาทแห่งความชอบธรรมซึ่งมาโดยความเชื่อ

8โดยความเชื่อ เมื่ออับราฮัมได้รับการทรงเรียกให้ออกเดินทางไปยังที่ที่ท่านจะรับเป็นมรดก ท่านก็เชื่อฟังและเดินทางออกไปโดยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน 9โดยความเชื่อ ท่านได้อาศัยในแผ่นดินแห่งพระสัญญาเหมือนเป็นคนต่างด้าว โดยพักอยู่ในเต็นท์ร่วมกับอิสอัคและยาโคบผู้เป็นทายาทตามพระสัญญาเดียวกันนั้น 10ท่านเฝ้าคอยนครที่ตั้งอยู่บนรากฐานซึ่งพระเจ้าทรงเป็นสถาปนิกและทรงเป็นผู้สร้าง 11โดยความเชื่อ อับราฮัมได้รับพลังที่จะมีบุตร แม้ท่านชรามากแล้ว และนางซาราห์เองก็เป็นหมัน เพราะท่านถือว่าพระองค์ผู้ทรงสัญญานั้นซื่อสัตย์ 12เหตุฉะนั้น จากชายคนเดียวซึ่งเป็นเสมือนคนตายแล้วนั้น ก็ทำให้มีผู้สืบเชื้อสายเกิดมามากมายดังดวงดาวในท้องฟ้า และดังเม็ดทรายอันนับไม่ถ้วนที่ฝั่งทะเล

13คนเหล่านี้ทั้งหมดตายในขณะที่ยังมีความเชื่ออยู่ และยังไม่ได้รับสิ่งต่างๆ ที่ทรงสัญญาไว้ แต่พวกเขาก็สังเกตเห็นแต่ไกลและรอรับด้วยใจยินดี และยอมรับว่าพวกเขาเป็นคนแปลกถิ่นที่ท่องเที่ยวไปในโลก 14เพราะคนที่พูดอย่างนี้ก็แสดงให้เห็นชัดแล้วว่า พวกเขากำลังแสวงหาเมืองที่จะได้เป็นของตนเอง 15ถ้าพวกเขาคิดถึงบ้านเมืองที่จากมานั้น พวกเขาก็คงจะมีโอกาสกลับไปได้ 16แต่ความจริงพวกเขาปรารถนาบ้านเมืองที่ประเสริฐกว่านั้นคือเมืองสวรรค์ เพราะฉะนั้น พระเจ้าจึงไม่ได้ทรงละอายที่จะได้รับการเรียกว่าเป็นพระเจ้าของพวกเขา เพราะพระองค์ทรงจัดเตรียมเมืองหนึ่งไว้สำหรับพวกเขาแล้ว

นี่คือพระวจนะของพระเจ้า
ขอบพระคุณพระเจ้า


.

.

บทใคร่ครวญ: “พระเจ้าทรงเยียวยา… และความเชื่อพาเรากลับบ้าน”

สดุดี 147 เป็นบทเพลงแห่งการนมัสการที่ยกย่องพระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็ทรงอ่อนโยนอย่างลึกซึ้ง ผู้เขียนไม่ได้พูดเพียงว่า พระเจ้าทรงสร้างดวงดาวและเรียกชื่อมันทุกดวง แต่ยังพูดว่า “พระองค์ทรงรักษาคนที่ใจแตกสลายและทรงพันแผลให้เขา” นี่คือความงดงามแห่งพระเมตตาของพระเจ้า พระองค์ทรงยิ่งใหญ่เกินจักรวาล แต่ทรงใกล้ชิดพอที่จะสัมผัสหัวใจที่แตกสลาย 

ในเทศกาลมหาพรต เราถูกเชื้อเชิญให้กลับมาหาพระเจ้า ไม่ใช่เพียงเพื่อสำรวจบาปและความอ่อนแอของตนเอง 

แต่เพื่อพบว่า … พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งการเยียวยา

พระองค์ไม่ทรงปรีดีใน “กำลังของม้า” หรือ “ความเข้มแข็งของมนุษย์” แต่ทรงพอพระทัยในคนที่ยำเกรงพระองค์ และเฝ้าคอยความรักมั่นคงของพระองค์ (สดุดี 147:10–11)

แต่เมื่อเราได้รับการเยียวยาแล้ว เราจะเดินต่อไปอย่างไรในโลกที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน?

ฮีบรู 11 ตอบเราด้วยคำเดียวคือ … คำว่า “ความเชื่อ” “ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่หวังไว้ เป็นความแน่ใจในสิ่งที่มองไม่เห็น” ชีวิตคริสเตียนจึงไม่ใช่การเดินตามสิ่งที่ตาเห็น แต่เป็นการก้าวไปตามพระสัญญาที่พระเจ้าทรงตรัสไว้

ความเชื่อไม่ได้ทำให้เรา “ไม่เจ็บปวด” แต่ทำให้เรา “ไม่หยุดเดิน”

ผู้เขียนยกตัวอย่างอับราฮัม ผู้ซึ่งออกเดินทางโดยไม่รู้ปลายทาง “ท่านเชื่อฟังและเดินทางออกไปโดยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน” (ฮีบรู 11:8)

เพราะเหตุใดเขาจึงเดินต่อได้? เพราะเขาไม่ได้มองหาบ้านถาวรในโลกนี้ “ท่านเฝ้าคอยนครที่ตั้งอยู่บนรากฐานซึ่งพระเจ้าทรงเป็นสถาปนิกและทรงเป็นผู้สร้าง” (ฮีบรู 11:10)

นี่คือหัวใจของความเชื่อในมหาพรต เราคือคนแปลกถิ่นที่กำลังเดินทาง โลกนี้ไม่ใช่บ้านถาวรของเรา

แต่บ้านแท้จริงของเราคือ นครนิรันดร์ที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ “พวกเขาปรารถนาบ้านเมืองที่ประเสริฐกว่านั้นคือเมืองสวรรค์” (ฮีบรู 11:16)

มหาพรตคือการเดินทางกลับบ้าน เมื่อเราเดินผ่านมหาพรต เรากำลังเดินไปกับพระคริสต์สู่กางเขน เพื่อจะได้พบชีวิตใหม่ในการฟื้นคืนพระชนม์ เราอาจเหนื่อย อาจชอกช้ำใจ อาจรู้สึกเหมือนเป็นคนต่างถิ่นในโลกนี้ แต่สดุดี 147 เตือนว่า พระเจ้าทรงรักษาคนที่ใจแตกสลายและทรงพันแผลให้เขา และฮีบรู 11 เตือนว่า ความเชื่อจะพาเรากลับบ้าน

วันนี้… หากหัวใจของคุณมีบาดแผล จงมาหาพระองค์ เพราะพระองค์ทรงรักษา หากเส้นทางยังไม่ชัด จงจับความเชื่อไว้แน่น เพราะพระองค์ทรงนำ และหากคุณรู้สึกเหมือนเป็นคนต่างถิ่นในโลกนี้ จงจำไว้ว่า … พระเจ้าทรงเตรียม “บ้านที่ดีกว่า” ไว้แล้วสำหรับคุณ


ข้อคิดสำหรับการดำเนินชีวิต

  • จงมาหาพระเจ้าเมื่อใจชอกช้ำ เพราะพระองค์ทรงเยียวยา
  • จงดำเนินด้วยความเชื่อ ไม่ใช่ด้วยความกลัว
  • จงจำไว้ว่าบ้านถาวรที่แท้จริงของเราคือแผ่นดินสวรรค์ของพระเจ้า

คำถามสำหรับการใคร่ครวญ

  1. วันนี้มีบาดแผลหรือความเหนื่อยล้าใดที่คุณอยากให้พระเจ้าทรงเยียวยา?
  2. ความเชื่อกำลังช่วยให้คุณ “เดินต่อ” ในเรื่องใด แม้ยังมองไม่เห็นคำตอบ?
  3. โลกนี้คือบ้านของคุณ หรือคุณกำลังมองหาบ้านถาวรที่แท้จริงคือแผ่นดินสวรรค์ของพระเจ้าที่พระองค์ทรงเตรียมไว้?

.

.

คำอธิษฐานปิดท้าย:

ข้าแต่พระบิดาเจ้า ขอบพระคุณที่พระองค์ทรงรักษาคนใจที่ชอกช้ำและทรงพันบาดแผลของข้าพระองค์ โปรดเพิ่มพูนความเชื่อในใจ
ให้ข้าพระองค์มั่นใจในพระสัญญาแม้ในวันที่ยังมองไม่เห็นคำตอบ ขอให้ข้าพระองค์ดำเนินชีวิตในเทศกาลมหาพรตนี้ด้วยความหวังในนครที่พระองค์ทรงเตรียมไว้และด้วยใจที่มุ่งที่จะกลับบ้านไปหาพระองค์ ในพระนามพระเยซูคริสต์ อาเมน

.

.

ให้เรานมัสการในเพลง รักษา

Youtube Link

.

Link to today’s Morning Office

Leave a comment

Navigation

About

This project is initiated by Revd Canon Terry Wong, Vicar of Marine Parade Christian Centre. Various clergy , pastors and lay members are also contributing in writing or voicing. For feedback or questions, please email Canon Wong at terrywg@gmail.com