วันนี้เป็นวันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม
กลางคืนผ่านพ้นไปแล้ว และวันใหม่เปิดอยู่ เบื้องหน้าเรา
เราร่วมใจอธิษฐาน ด้วยจิตใจเป็นหนึ่งเดียว
(สงบใจ ในความเงียบ)
ในขณะที่เราชื่นชมยินดี ในของประทานแห่งวันใหม่นี้
ขอให้แสงสว่างแห่งพระพักตร์ ขององค์พระผู้เป็นเจ้า
จุดไฟรักในใจของเรา เพื่อพระองค์
บัดนี้และสืบไปเป็นนิตย์
อาเมน
.
.
สดุดี 41:1-4
“ผู้ใดเอาใจใส่คนจน ก็เป็นสุข
พระยาห์เวห์จะทรงช่วยกู้เขาในวันยากลำบาก
พระยาห์เวห์จะทรงป้องกันเขาและรักษาชีวิตเขาไว้
เขาจะได้รับพระพรในแผ่นดินนั้น
ขออย่าทรงมอบเขาให้ศัตรูทำตามใจชอบ
เมื่อเขานอนเจ็บ
พระยาห์เวห์จะทรงพยาบาลเขา
เมื่อเขาล้มป่วย
พระองค์จะทรงรักษาเขาให้หายดี
ส่วนข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าทูลว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอทรงพระกรุณาข้าพระองค์
ขอทรงรักษาข้าพระองค์
เพราะข้าพระองค์ได้ทำบาปต่อพระองค์””
พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน
.
.
ลูกา 22:1-3, 14-23
“เทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อที่เรียกว่าปัสกามาใกล้แล้ว พวกหัวหน้าปุโรหิตกับพวกธรรมาจารย์กำลังหาช่องทางว่าจะฆ่าพระเยซูอย่างไร เพราะพวกเขากลัวประชาชน ซาตานเข้าดลใจยูดาสที่เรียกว่าอิสคาริโอทซึ่งเป็นหนึ่งในสาวกสิบสองคน
เมื่อถึงเวลา พระองค์ประทับลงและเสวยพร้อมกับพวกอัครทูต พระองค์ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “เรามีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะรับประทานปัสกานี้กับท่านก่อนที่เราจะต้องทนทุกข์ เราบอกท่านทั้งหลายว่า เราจะไม่รับประทานปัสกานี้อีกจนกว่าจะสำเร็จความหมายของปัสกานั้นในแผ่นดินของพระเจ้า” พระองค์ทรงหยิบถ้วย เมื่อขอบพระคุณแล้วตรัสว่า “จงรับถ้วยนี้ไปแบ่งกันดื่ม เราบอกท่านทั้งหลายว่า เราจะไม่ดื่มจากผลของเถาองุ่นอีกต่อไปจนกว่าแผ่นดินของพระเจ้าจะมา” พระองค์ทรงหยิบขนมปัง เมื่อขอบพระคุณแล้วก็ทรงหักส่งให้พวกเขา ตรัสว่า “นี่เป็นกายของเรา [ซึ่งให้ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย จงทำอย่างนี้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเรา” เมื่อรับประทานแล้ว จึงทรงหยิบถ้วยและทรงทำเหมือนกันตรัสว่า “ถ้วยนี้ที่เทออกเพื่อท่านทั้งหลาย เป็นพันธสัญญาใหม่โดยโลหิตของเรา] แต่มือของผู้ที่จะทรยศเราก็อยู่กับเราบนโต๊ะนี้ เพราะบุตรมนุษย์จะเสด็จไปเหมือนที่ทรงดำริไว้แต่ก่อนแล้ว แต่วิบัติแก่คนนั้นที่ทรยศท่าน” พวกเขาจึงเริ่มถามกันและกันว่าคนไหนในพวกเขาที่จะทำสิ่งนี้”
นี่คือพระวจนะของพระเจ้า
ขอบพระคุณพระเจ้า
.
.
บทใคร่ครวญ:
“เรามีความปรารถนาอย่างยิ่ง ที่จะรับประทานปัสกานี้กับพวกท่าน…”
ถ้อยคำนี้ของพระเยซูช่างน่า อัศจรรย์ใจ
พระองค์ทรงรู้อยู่แล้วว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น พระองค์รู้ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า พระองค์จะต้องหลั่งเหงื่อเป็นเลือดในสวนเกทเสมนี รู้ว่าแส้และตะปูของโรมันกำลังรออยู่ และรู้ดีว่า… คนที่นั่งล้อมวงอยู่รอบกายพระองค์ตอนนี้ อีกเดี๋ยวก็จะผล็อยหลับ วิ่งหนี และปฏิเสธว่าไม่เคยรู้จักพระองค์
แต่ถึงอย่างนั้น พระองค์ก็ยัง ปรารถนา ที่จะอยู่กับพวกเขา
คำเดิมในภาษากรีกที่แปลว่า “ปรารถนาอย่างยิ่ง” นั้นมีความหมายที่เข้มข้นมาก มันคือความโหยหาอย่างลึกซึ้ง
ทำไม? ทำไมพระองค์ถึงอยากใช้เวลาวาระสุดท้ายร่วมกับคนที่มีตำหนิและขี้ขลาดกลุ่มนี้? และทำไมพระองค์ถึงอยากใช้เวลากับ เรา?
คำตอบคือ… เพราะพระองค์มีของขวัญจะมอบให้
“นี่คือกายของเรา… ซึ่งให้แก่ท่าน”
พระเยซูไม่ใช่พระผู้ช่วยให้รอดที่จำใจทำหน้าที่ พระองค์ไม่ได้ถูกบังคับให้ไปที่กางเขน แต่พระองค์กำลังวิ่งเข้าหามัน เพราะทรงรู้ว่ากางเขนคือทางเดียวที่จะหล่อเลี้ยงโลกที่กำลังหิวโหยนี้ได้
เมื่อพระองค์มองไปที่ขนมปัง พระองค์เห็นร่างกายของตนที่ต้องแตกหักเพื่อรักษาเรา
เมื่อพระองค์มองไปที่ถ้วย พระองค์เห็นโลหิตของตนที่ต้องหลั่งออกเพื่อชำระเรา
และพระองค์ตรัสว่า “เราต้องการสิ่งนี้ เราต้องการจ่ายราคานี้ เพื่อให้พวกท่านได้มีชีวิต”
แน่นอนว่า มีเรื่องที่น่าเศร้า เกิดขึ้นที่โต๊ะอาหารนั้น ยูดาสนั่งอยู่ที่นั่น
“มือของผู้ที่จะทรยศเรา ก็อยู่บนโต๊ะกับเรา”
นี่คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของความเสื่อมทรามของมนุษย์: การใช้ “ความใกล้ชิด” เพื่อทำร้าย
เราทุกคนมีความสามารถที่จะนั่งร่วมโต๊ะกับพระเจ้า ในขณะที่หัวใจกำลังวางแผนต่อต้านพระองค์ เราสามารถเอาตัวไปนั่งในโบสถ์ แต่จิตวิญญาณกลับกำลัง “ขาย” พระองค์เพื่อแลกกับ “เหรียญเงิน” (ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง การยอมรับจากสังคม หรือความสะดวกสบายส่วนตัว)
มันเป็นเครื่องเตือนใจที่น่ากลัวว่า เราสามารถอยู่ใกล้สิ่ง บริสุทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์ ที่สุด แต่ใจกลับห่างไกลจากพระทัยของพระเจ้า เราอาจเอื้อมมือไปหยิบขนมปัง แต่พลาดที่จะสัมผัสพระผู้ช่วยให้รอด
ซาตาน “เข้าดลใจยูดาส” (ในข้อ 3) สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าเราเพลี่ยงพล้ำได้ง่ายเพียงใดเมื่อเราแง้มประตูให้ความบาป ยูดาสไม่ได้ตื่นมาแล้ว กลายเป็นคนทรยศในทันที แต่มันคือการประนีประนอมเล็กๆ น้อยๆ สะสมกันมา จนกระทั่งศัตรูเข้ามาควบคุมพวงมาลัยชีวิต
แต่ขอให้สังเกตสิ่งนี้: พระเยซูยื่นขนมปังและถ้วยให้ ก่อน ที่ยูดาสจะลุกออกไป
พระองค์หยิบยื่นพระคุณให้แก่คนทั้งโต๊ะ
นั่นหมายความว่า ในสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ (Holy Week) นี้ เมื่อเราเข้ามาหาพระเยซู เราไม่ต้องรอให้ตัวเอง “ดีพร้อม” หรือ “สะอาด” ก่อน
เราไม่ต้องพิสูจน์ความดี
เราเข้ามาหาพระองค์พร้อมกับ “หัวใจที่ทรยศ” พร้อมกับแรงจูงใจที่สับสน และความหวาดกลัว… แล้วพระองค์จะมอบตัวของพระองค์เองให้แก่เรา
เพราะยารักษา “หัวใจที่ทรยศ” ของเรา ก็คือ “พระกายที่แตกหัก” เพื่อเรานั่นเอง
.
.
การตอบสนองต่อพระคริสต์: เข้ามาร่วมโต๊ะมหาสนิท
1. สำรวจมือของเรา: ในช่วงเริ่มต้นสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์นี้ ลองมองดูชีวิตของเรา มือของเรา “วางอยู่บนโต๊ะ” กับพระเยซู (ดูเหมือนเคร่งศาสนา) แต่ใจของเรากำลังเจรจาต่อรองกับโลกอยู่หรือไม่? จงกลับใจจากหัวใจที่แบ่งแยก
2. รับ ไม่ใช่ แลกมา: เมื่อเรารับมหาสนิทหรืออธิษฐานในสัปดาห์นี้ จำไว้ว่าสิ่งนี้ “ประทานให้แก่เรา” เราไม่ได้รับเพราะเราคู่ควร แต่เรารับเพราะเรา “หิว”
3. วางใจในพันธสัญญา: หากวันนี้เรารู้สึกไม่มั่นคง จงยึดเหนี่ยวไว้กับพันธสัญญาใหม่ ความรอดไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า “เรา” จับพระเจ้าแน่นแค่ไหน แต่อยู่ที่ “พระโลหิต” ที่หลั่งออกเพื่อเรา
4. มองหาโอกาส: ยูดาสมองหา “โอกาส” ที่จะทรยศพระเยซู แต่วันนี้ ขอให้เรามองหาโอกาสที่จะ “ปรนนิบัติ” พระองค์ เปลี่ยนเกมของศัตรูให้กลายเป็นการรับใช้
.
.
เราอธิษฐานร่วมกัน
ข้าแต่พระเยซูเจ้า เมื่อเราก้าวเข้าสู่สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์นี้ เรารู้สึกถ่อมใจลงเมื่อทราบว่าพระองค์ทรงปรารถนาที่จะอยู่กับเรา เราขอสารภาพว่าบ่อยครั้งมือของเราก็เหมือนมือของผู้ทรยศ—ที่แสวงหาหนทางของตัวเอง ประนีประนอมกับโลก และปฏิเสธพระองค์ด้วยความเงียบงัน ขอบพระคุณที่พระองค์ไม่ทรงหวงแหนพระกายและพระโลหิต ขอบพระคุณสำหรับพันธสัญญาใหม่ที่ปกคลุมความล้มเหลวของเรา โปรดเลี้ยงดูเราในวันนี้ด้วยอาหารแห่งชีวิต และช่วยให้เราเดินผ่านสัปดาห์นี้ไปโดยที่สายตาจับจ้องอยู่ที่ การถวายชีวิตของพระองค์… ให้แก่เรา อาเมน
.
.
เรานมัสการด้วยกันในเพลง รักแท้
.
Leave a comment