วันนี้เป็นวันอังคาร ที่ 31 มีนาคม
กลางคืนผ่านพ้นไปแล้ว และวันใหม่เปิดอยู่ เบื้องหน้าเรา
เราร่วมใจอธิษฐาน ด้วยจิตใจเป็นหนึ่งเดียว
(สงบใจ ในความเงียบ)
ในขณะที่เราชื่นชมยินดี ในของประทานแห่งวันใหม่นี้
ขอให้แสงสว่างแห่งพระพักตร์ ขององค์พระผู้เป็นเจ้า
จุดไฟรักในใจของเรา เพื่อพระองค์
บัดนี้และสืบไปเป็นนิตย์
อาเมน
.
.
สดุดี 27:1-4
“พระยาห์เวห์ทรงเป็นความสว่างและความรอดของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าจะกลัวผู้ใดเล่า?
พระยาห์เวห์ทรงเป็นที่กำบังอันแข็งแกร่งแห่งชีวิตข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าจะเกรงผู้ใดเล่า?
เมื่อพวกคนชั่วมาหาข้าพเจ้า เพื่อจะกินเนื้อข้าพเจ้า
คือบรรดาคู่อริและศัตรูของข้าพเจ้า
พวกเขาจะสะดุดและล้มลง
แม้กองทัพตั้งค่ายสู้ข้าพเจ้า
ใจข้าพเจ้าจะไม่กลัว
แม้สงครามถาโถมใส่ข้าพเจ้า
ข้าพเจ้ายังวางใจพระเจ้าอยู่
ข้าพเจ้าทูลขอสิ่งหนึ่งจากพระยาห์เวห์
ซึ่งข้าพเจ้าจะเสาะแสวงหา
คือที่ข้าพเจ้าจะได้อยู่ในพระนิเวศของพระยาห์เวห์
ตลอดวันคืนแห่งชีวิตของข้าพเจ้า
เพื่อจะดูความงามของพระยาห์เวห์
และเพื่อจะพินิจพิจารณาอยู่ในพระวิหารของพระองค์”
พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน
.
.
ลูกา 22:39-53
“พระองค์เสด็จออกไปที่ภูเขามะกอกเทศตามเคย และพวกสาวกของพระองค์ก็ตามพระองค์ไป เมื่อไปถึงที่นั่นแล้ว พระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “จงอธิษฐานเพื่อจะได้ไม่ตกอยู่ในการทดลอง” แล้วพระองค์เสด็จไปจากพวกเขาไกลเท่าระยะหินขว้าง และทรงคุกเข่าลงอธิษฐาน ว่า “ข้าแต่พระบิดา ถ้าพระองค์พอพระทัย ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์ แต่อย่างไรก็ดี อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์” [มีทูตองค์หนึ่งจากฟ้าสวรรค์มาปรากฏต่อพระองค์และช่วยชูกำลังพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงเป็นทุกข์ พระองค์ก็ยิ่งทรงอธิษฐานอย่างจริงจัง เหงื่อของพระองค์เป็นเหมือนโลหิตเม็ดใหญ่ไหลหยดลงถึงดิน] เมื่อทรงลุกขึ้นจากการอธิษฐานแล้ว พระองค์เสด็จมาหาพวกสาวก พบว่าพวกเขาหลับไปด้วยความทุกข์โศกเศร้า พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “หลับอยู่ทำไม? จงลุกขึ้นอธิษฐาน เพื่อท่านจะไม่ตกอยู่ในการทดลอง”
พระองค์ตรัสยังไม่ทันขาดคำ นี่แน่ะ มีคนจำนวนมากและคนที่ชื่อยูดาสซึ่งเป็นคนหนึ่งในสาวกสิบสองคนนั้นนำหน้าพวกเขามา ยูดาสเข้ามาใกล้พระเยซูเพื่อจูบพระองค์ แต่พระเยซูตรัสถามเขาว่า “ยูดาส ท่านจะมอบบุตรมนุษย์ด้วยการจูบหรือ?” เมื่อพวกสาวกของพระองค์เห็นว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจึงทูลถามพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ให้พวกข้าพระองค์เอาดาบสู้ไหม?” คนหนึ่งในพวกสาวกฟันทาสคนหนึ่งของมหาปุโรหิตถูกหูข้างขวาขาด แต่พระเยซูตรัสว่า “พอเสียทีเถอะ” แล้วพระองค์ทรงแตะต้องใบหูของคนนั้นและทรงรักษาเขา พระเยซูตรัสกับพวกหัวหน้าปุโรหิต พวกนายทหารรักษาพระวิหาร และพวกผู้ใหญ่ที่ออกมาจับพระองค์นั้นว่า “พวกท่านเห็นเราเป็นโจรหรือ ถึงได้ถือดาบถือตะบองออกมา? เวลาที่เราอยู่กับพวกท่านในบริเวณพระวิหารทุกวัน ท่านไม่ยอมยื่นมือออกมาจับเรา อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเวลาของพวกท่าน และเป็นอำนาจของความมืด””
นี่คือพระวจนะของพระเจ้า
ขอบพระคุณพระเจ้า
.
.
บทใคร่ครวญ “จงลุกขึ้นอธิษฐาน เพื่อท่านจะไม่ตกอยู่ในการทดลอง”
มีบางช่วงเวลาในชีวิต ที่เหมือนกับไฟดับมืดลง
พระเยซูทรงเรียกช่วงเวลานี้ว่า: “นี่เป็นเวลาของพวกท่าน และเป็นอำนาจของความมืด”
มันคือชั่วโมงที่ผลตรวจสุขภาพออกมา ไม่ค่อยดี
คือชั่วโมงที่ความสัมพันธ์ เดินมาถึงทางตัน
คือชั่วโมงที่ คนที่เรารักและไว้ใจ ทรยศหักหลังเรา
มันคือชั่วโมงที่ดูเหมือนความชั่วร้ายกำลังได้รับชัยชนะ แต่พระเจ้ายังเงียบอยู่
ในพระธรรมตอนนี้ พระเยซูทรงเปิดเผย ให้เราเห็นอย่างชัดเจนว่า เราจะผ่านชั่วโมงนั้นไปได้อย่างไร
พระองค์ประทานทางเลือกให้เรา 2 ทาง:
ทางเลือกที่ 1: วิถีของสาวก (การหลับใหล และ การใช้ดาบ)
พวกสาวกถูกครอบงำด้วยความโศกเศร้าจนรับมือไม่ไหว พวกเขาจึง “ปิดสวิตช์” ตัวเอง แล้วก็หลับไป
นี่คือแนวโน้มของธรรมชาติของมนุษย์ ที่เป็นผลของความบาป เรามักทำตัวให้ชาชิน (numb) ไม่รับรู้ เพื่อหนีปัญหา เพื่อปฏิเสธที่จะเผชิญหน้าความจริง
และเมื่อพวกเขาตื่นขึ้นมาเห็นภัยอันตราย พวกเขาก็สติแตก แล้วคว้าดาบขึ้นมา “องค์พระผู้เป็นเจ้า จะให้เราฟันด้วยดาบหรือ?”
นี่คือแนวโน้มของเราที่พยายามจะแก้ปัญหาฝ่ายวิญญาณด้วย “อารมณ์” ของมนุษย์ เราฟาดงวงฟาดงา เราลุกขึ้นสู้ด้วยกำลังตัวเอง
ผลลัพธ์คืออะไร? ความล้มเหลว… พวกเขาวิ่งหนี พวกเขาปฏิเสธพระองค์ พวกเขาไม่พร้อม
ทางเลือกที่ 2: วิถีของพระเยซู (การอธิษฐาน อย่างสุดกำลัง)
พระเยซูทรงรู้สึกโศกเศร้าลึกซึ้งยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก
พระองค์ทรง “เป็นทุกข์สาหัส”แต่พระองค์ไม่หลับ…
พระองค์กลับอธิษฐาน อย่างเอาจริงเอาจังยิ่งขึ้น
พระองค์ไม่วิ่งหนีความเจ็บปวด แต่ทรงนำความเจ็บปวดนั้นไปหาพระบิดา
“ข้าแต่พระบิดา ถ้าพระองค์พอพระทัย ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด ถึงอย่างนั้น อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์”
นี่คือคำอธิษฐานที่ยาก เป็นคำอธิษฐานที่ยอมตายต่อตัวเอง เป็นการยอมจำนนต่อผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น
แต่นี่เป็นคำอธิษฐานเดียวที่เกิดผล
เพราะพระเยซูอธิษฐานเช่นนี้ ทูตสวรรค์จึงมาปรากฏเพื่อช่วยเสริมกำลังพระองค์ ในข้อ 43
เพราะพระเยซูอธิษฐานเช่นนี้ พระองค์จึงมีสติและสง่างามเมื่อต้องเผชิญหน้ากับยูดาส ผู้ทรยศ
เพราะพระเยซูอธิษฐานเช่นนี้ พระองค์จึงมีความเมตตาพอที่จะรักษาหูของคนที่มาจับกุมพระองค์
ในวันอังคารแห่งสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์นี้ “อำนาจแห่งความมืด” ยังคงทำงานอยู่ในโลก เราอาจสัมผัสมันได้ในชีวิตของเราเอง
พระเยซูเตือนเราว่า: “จงอธิษฐานเพื่อจะได้ไม่ตกอยู่ในการทดลอง”
การทดลองในที่นี้ไม่ใช่แค่เรื่องการทำบาป แต่คือการทดลองที่จะ “ยอมแพ้” การทดลองที่จะ “หลับใหล” หรือ “ลุกขึ้นสู้ด้วยกำลังของตัวเอง”
พระเยซูอธิษฐานว่า “ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไป”
“ถ้วย” นั้นเล็งถึงพระพิโรธของพระเจ้าต่อความบาป พระเยซูทรงดื่มถ้วยนั้นเพื่อที่เราจะไม่ต้องดื่มเอง พระองค์ทรงยอมรับคำปฏิเสธจากพระบิดา เพื่อที่เราจะได้ยินคำตอบรับ
“จงอธิษฐานเพื่อจะได้ไม่ตกอยู่ในการทดลอง”
.
.
แล้วเราควรตอบสนองต่อพระคริสต์ อย่างไร
1. มีชีวิตแห่งการอธิษฐาน: อย่ารอให้เจอปัญหาแล้วค่อยอธิษฐาน อธิษฐานก่อนที่จะก้าวเข้าไปในการทดลอง “ขออย่านำข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง แต่ขอให้พ้นจากความชั่วร้าย”
2. วางดาบลง: วันนี้เรากำลังต่อสู้ด้วยความโกรธ คำพูดประชดประชัน หรือเรากำลังบีบบังคับ ควบคุม ใครอยู่ไหม? “พระเยซูตรัสว่า “พอเสียทีเถอะ” จงวางใจ ให้พระเจ้าเป็นผู้ปกป้องเรา
3. ตื่นจากความเศร้า: ถ้าเรารู้สึกหดหู่หรือแบกรับไม่ไหว (หลับเพราะความเศร้า) ขอให้เรายอมรับความจริง อยู่กับความรู้สึกนั้น แล้วให้ความเศร้านั้น ผลักดันเราไปสู่การอธิษฐาน ไม่ใช่การหลับใหล หรือพยายามลืม ไม่คิดถึงมัน
4. ยอมจำนน: ใน “ถ้วย” ที่เราไม่อยากดื่ม ไม่ว่าจะเป็น ภาระที่ท้าทาย, ความสัมพันธ์ที่แตกสลาย ให้เราอธิษฐานอย่างเจาะจงว่าในสิ่งนั้นว่า “อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์”
.
.
บทอธิษฐาน:
ข้าแต่พระเยซู เราเห็นพระองค์ในสวนนั้น ทรงหลั่งเหงื่อเป็นโลหิตเพื่อเรา เราเห็นพระองค์ดื่มถ้วยที่เราสมควรได้รับ โปรดยกโทษให้เราที่มัวแต่หลับในยามที่ควรเฝ้าระวัง และมัวแต่ต่อสู้ด้วยตัวเองในยามที่ควรวางใจ วันนี้เรารู้สึกถึงน้ำหนัก ของความโศกเศร้า และการปล้ำสู้ของพระองค์เพื่อเรา
ปลุกเราให้ตื่นเถิด พระเจ้าข้า
ช่วยเราให้อธิษฐาน ต้านทานการทดลอง
ประทานพระคุณให้เรายอมจำนน ต่อพระบิดา
วางใจว่าแม้ในยามมืดมิด
พระองค์ทรงเป็นความสว่างของโลก
อาเมน
.
.
เรานมัสการด้วยกันในเพลง คำอธิษฐาน
.
Leave a comment