Daily Devotion

This daily devotion is based on the Anglican Morning Office. It comes with selected readings from the Psalms and another Scripture text, accompanied by reflections and prayers. There is an audio option. It will be best to both read and listen. This devotion is also suitable for family prayers. The link to the entire Morning Office today is provided at the end of this devotion. These devotions are offered for weekdays only and begins on Ash Wednesday, 2025.

31 มีนาคม 2026

วันนี้เป็นวันอังคาร ที่ 31 มีนาคม

กลางคืนผ่านพ้นไปแล้ว และวันใหม่เปิดอยู่ เบื้องหน้าเรา

เราร่วมใจอธิษฐาน ด้วยจิตใจเป็นหนึ่งเดียว

(สงบใจ ในความเงียบ)

ในขณะที่เราชื่นชมยินดี ในของประทานแห่งวันใหม่นี้

ขอให้แสงสว่างแห่งพระพักตร์ ขององค์พระผู้เป็นเจ้า

จุดไฟรักในใจของเรา เพื่อพระองค์

บัดนี้และสืบไปเป็นนิตย์

อาเมน

.

.

สดุดี 27:1-4 

“พระยาห์เวห์ทรงเป็นความสว่างและความรอดของข้าพเจ้า 

ข้าพเจ้าจะกลัวผู้ใดเล่า? 

พระยาห์เวห์ทรงเป็นที่กำบังอันแข็งแกร่งแห่งชีวิตข้าพเจ้า 

ข้าพเจ้าจะเกรงผู้ใดเล่า? 

เมื่อพวกคนชั่วมาหาข้าพเจ้า เพื่อจะกินเนื้อข้าพเจ้า 

คือบรรดาคู่อริและศัตรูของข้าพเจ้า 

พวกเขาจะสะดุดและล้มลง 

แม้กองทัพตั้งค่ายสู้ข้าพเจ้า 

ใจข้าพเจ้าจะไม่กลัว 

แม้สงครามถาโถมใส่ข้าพเจ้า 

ข้าพเจ้ายังวางใจพระเจ้าอยู่ 

ข้าพเจ้าทูลขอสิ่งหนึ่งจากพระยาห์เวห์ 

ซึ่งข้าพเจ้าจะเสาะแสวงหา 

คือที่ข้าพเจ้าจะได้อยู่ในพระนิเวศของพระยาห์เวห์ 

ตลอดวันคืนแห่งชีวิตของข้าพเจ้า 

เพื่อจะดูความงามของพระยาห์เวห์ 

และเพื่อจะพินิจพิจารณาอยู่ในพระวิหารของพระองค์”

พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน

.

.

ลูกา 22:39-53

“พระองค์เสด็จออกไปที่ภูเขามะกอกเทศตามเคย และพวกสาวกของพระองค์ก็ตามพระองค์ไป เมื่อไปถึงที่นั่นแล้ว พระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “จงอธิษฐานเพื่อจะได้ไม่ตกอยู่ในการทดลอง” แล้วพระองค์เสด็จไปจากพวกเขาไกลเท่าระยะหินขว้าง และทรงคุกเข่าลงอธิษฐาน ว่า “ข้าแต่พระบิดา ถ้าพระองค์พอพระทัย ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์ แต่อย่างไรก็ดี อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์” [มีทูตองค์หนึ่งจากฟ้าสวรรค์มาปรากฏต่อพระองค์และช่วยชูกำลังพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงเป็นทุกข์ พระองค์ก็ยิ่งทรงอธิษฐานอย่างจริงจัง เหงื่อของพระองค์เป็นเหมือนโลหิตเม็ดใหญ่ไหลหยดลงถึงดิน] เมื่อทรงลุกขึ้นจากการอธิษฐานแล้ว พระองค์เสด็จมาหาพวกสาวก พบว่าพวกเขาหลับไปด้วยความทุกข์โศกเศร้า พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “หลับอยู่ทำไม? จงลุกขึ้นอธิษฐาน เพื่อท่านจะไม่ตกอยู่ในการทดลอง” 

พระองค์ตรัสยังไม่ทันขาดคำ นี่แน่ะ มีคนจำนวนมากและคนที่ชื่อยูดาสซึ่งเป็นคนหนึ่งในสาวกสิบสองคนนั้นนำหน้าพวกเขามา ยูดาสเข้ามาใกล้พระเยซูเพื่อจูบพระองค์ แต่พระเยซูตรัสถามเขาว่า “ยูดาส ท่านจะมอบบุตรมนุษย์ด้วยการจูบหรือ?” เมื่อพวกสาวกของพระองค์เห็นว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจึงทูลถามพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ให้พวกข้าพระองค์เอาดาบสู้ไหม?” คนหนึ่งในพวกสาวกฟันทาสคนหนึ่งของมหาปุโรหิตถูกหูข้างขวาขาด แต่พระเยซูตรัสว่า “พอเสียทีเถอะ” แล้วพระองค์ทรงแตะต้องใบหูของคนนั้นและทรงรักษาเขา พระเยซูตรัสกับพวกหัวหน้าปุโรหิต พวกนายทหารรักษาพระวิหาร และพวกผู้ใหญ่ที่ออกมาจับพระองค์นั้นว่า “พวกท่านเห็นเราเป็นโจรหรือ ถึงได้ถือดาบถือตะบองออกมา? เวลาที่เราอยู่กับพวกท่านในบริเวณพระวิหารทุกวัน ท่านไม่ยอมยื่นมือออกมาจับเรา อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเวลาของพวกท่าน และเป็นอำนาจของความมืด””

นี่คือพระวจนะของพระเจ้า

ขอบพระคุณพระเจ้า

.

.

บทใคร่ครวญ “จงลุกขึ้นอธิษฐาน เพื่อท่านจะไม่ตกอยู่ในการทดลอง” 

มีบางช่วงเวลาในชีวิต ที่เหมือนกับไฟดับมืดลง

พระเยซูทรงเรียกช่วงเวลานี้ว่า: “นี่เป็นเวลาของพวกท่าน และเป็นอำนาจของความมืด”

มันคือชั่วโมงที่ผลตรวจสุขภาพออกมา ไม่ค่อยดี

คือชั่วโมงที่ความสัมพันธ์ เดินมาถึงทางตัน

คือชั่วโมงที่ คนที่เรารักและไว้ใจ ทรยศหักหลังเรา

มันคือชั่วโมงที่ดูเหมือนความชั่วร้ายกำลังได้รับชัยชนะ แต่พระเจ้ายังเงียบอยู่

ในพระธรรมตอนนี้ พระเยซูทรงเปิดเผย ให้เราเห็นอย่างชัดเจนว่า เราจะผ่านชั่วโมงนั้นไปได้อย่างไร

พระองค์ประทานทางเลือกให้เรา 2 ทาง:

ทางเลือกที่ 1: วิถีของสาวก (การหลับใหล และ การใช้ดาบ)

พวกสาวกถูกครอบงำด้วยความโศกเศร้าจนรับมือไม่ไหว พวกเขาจึง “ปิดสวิตช์” ตัวเอง แล้วก็หลับไป

นี่คือแนวโน้มของธรรมชาติของมนุษย์ ที่เป็นผลของความบาป เรามักทำตัวให้ชาชิน (numb) ไม่รับรู้ เพื่อหนีปัญหา เพื่อปฏิเสธที่จะเผชิญหน้าความจริง

และเมื่อพวกเขาตื่นขึ้นมาเห็นภัยอันตราย พวกเขาก็สติแตก แล้วคว้าดาบขึ้นมา “องค์พระผู้เป็นเจ้า จะให้เราฟันด้วยดาบหรือ?”

นี่คือแนวโน้มของเราที่พยายามจะแก้ปัญหาฝ่ายวิญญาณด้วย “อารมณ์” ของมนุษย์ เราฟาดงวงฟาดงา เราลุกขึ้นสู้ด้วยกำลังตัวเอง

ผลลัพธ์คืออะไร? ความล้มเหลว… พวกเขาวิ่งหนี พวกเขาปฏิเสธพระองค์ พวกเขาไม่พร้อม

ทางเลือกที่ 2: วิถีของพระเยซู (การอธิษฐาน อย่างสุดกำลัง)

พระเยซูทรงรู้สึกโศกเศร้าลึกซึ้งยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก 

พระองค์ทรง “เป็นทุกข์สาหัส”แต่พระองค์ไม่หลับ… 

พระองค์กลับอธิษฐาน อย่างเอาจริงเอาจังยิ่งขึ้น

พระองค์ไม่วิ่งหนีความเจ็บปวด แต่ทรงนำความเจ็บปวดนั้นไปหาพระบิดา

“ข้าแต่พระบิดา ถ้าพระองค์พอพระทัย ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด ถึงอย่างนั้น อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์”

นี่คือคำอธิษฐานที่ยาก เป็นคำอธิษฐานที่ยอมตายต่อตัวเอง เป็นการยอมจำนนต่อผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

แต่นี่เป็นคำอธิษฐานเดียวที่เกิดผล

เพราะพระเยซูอธิษฐานเช่นนี้ ทูตสวรรค์จึงมาปรากฏเพื่อช่วยเสริมกำลังพระองค์ ในข้อ 43

เพราะพระเยซูอธิษฐานเช่นนี้ พระองค์จึงมีสติและสง่างามเมื่อต้องเผชิญหน้ากับยูดาส ผู้ทรยศ

เพราะพระเยซูอธิษฐานเช่นนี้ พระองค์จึงมีความเมตตาพอที่จะรักษาหูของคนที่มาจับกุมพระองค์

ในวันอังคารแห่งสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์นี้ “อำนาจแห่งความมืด” ยังคงทำงานอยู่ในโลก เราอาจสัมผัสมันได้ในชีวิตของเราเอง

พระเยซูเตือนเราว่า: “จงอธิษฐานเพื่อจะได้ไม่ตกอยู่ในการทดลอง”

การทดลองในที่นี้ไม่ใช่แค่เรื่องการทำบาป แต่คือการทดลองที่จะ “ยอมแพ้” การทดลองที่จะ “หลับใหล” หรือ “ลุกขึ้นสู้ด้วยกำลังของตัวเอง”

พระเยซูอธิษฐานว่า “ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไป”

“ถ้วย” นั้นเล็งถึงพระพิโรธของพระเจ้าต่อความบาป พระเยซูทรงดื่มถ้วยนั้นเพื่อที่เราจะไม่ต้องดื่มเอง พระองค์ทรงยอมรับคำปฏิเสธจากพระบิดา เพื่อที่เราจะได้ยินคำตอบรับ

“จงอธิษฐานเพื่อจะได้ไม่ตกอยู่ในการทดลอง”

.

.

แล้วเราควรตอบสนองต่อพระคริสต์ อย่างไร

1. มีชีวิตแห่งการอธิษฐาน: อย่ารอให้เจอปัญหาแล้วค่อยอธิษฐาน อธิษฐานก่อนที่จะก้าวเข้าไปในการทดลอง “ขออย่านำข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง แต่ขอให้พ้นจากความชั่วร้าย”

2. วางดาบลง: วันนี้เรากำลังต่อสู้ด้วยความโกรธ คำพูดประชดประชัน หรือเรากำลังบีบบังคับ ควบคุม ใครอยู่ไหม? “พระเยซูตรัสว่า “พอเสียทีเถอะ” จงวางใจ ให้พระเจ้าเป็นผู้ปกป้องเรา

3. ตื่นจากความเศร้า: ถ้าเรารู้สึกหดหู่หรือแบกรับไม่ไหว (หลับเพราะความเศร้า) ขอให้เรายอมรับความจริง อยู่กับความรู้สึกนั้น แล้วให้ความเศร้านั้น ผลักดันเราไปสู่การอธิษฐาน ไม่ใช่การหลับใหล หรือพยายามลืม ไม่คิดถึงมัน

4. ยอมจำนน: ใน “ถ้วย” ที่เราไม่อยากดื่ม ไม่ว่าจะเป็น ภาระที่ท้าทาย, ความสัมพันธ์ที่แตกสลาย ให้เราอธิษฐานอย่างเจาะจงว่าในสิ่งนั้นว่า “อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์”

.

.

บทอธิษฐาน:

ข้าแต่พระเยซู เราเห็นพระองค์ในสวนนั้น ทรงหลั่งเหงื่อเป็นโลหิตเพื่อเรา เราเห็นพระองค์ดื่มถ้วยที่เราสมควรได้รับ โปรดยกโทษให้เราที่มัวแต่หลับในยามที่ควรเฝ้าระวัง และมัวแต่ต่อสู้ด้วยตัวเองในยามที่ควรวางใจ วันนี้เรารู้สึกถึงน้ำหนัก ของความโศกเศร้า และการปล้ำสู้ของพระองค์เพื่อเรา 

ปลุกเราให้ตื่นเถิด พระเจ้าข้า 

ช่วยเราให้อธิษฐาน ต้านทานการทดลอง 

ประทานพระคุณให้เรายอมจำนน ต่อพระบิดา 

วางใจว่าแม้ในยามมืดมิด 

พระองค์ทรงเป็นความสว่างของโลก 

อาเมน

.

.

เรานมัสการด้วยกันในเพลง คำอธิษฐาน

Youtube Link

.

Link to today’s Morning Office

Leave a comment

Navigation

About

This project is initiated by Revd Canon Terry Wong, Vicar of Marine Parade Christian Centre. Various clergy , pastors and lay members are also contributing in writing or voicing. For feedback or questions, please email Canon Wong at terrywg@gmail.com