Daily Devotion

This daily devotion is based on the Anglican Morning Office. It comes with selected readings from the Psalms and another Scripture text, accompanied by reflections and prayers. There is an audio option. It will be best to both read and listen. This devotion is also suitable for family prayers. The link to the entire Morning Office today is provided at the end of this devotion. These devotions are offered for weekdays only and begins on Ash Wednesday, 2025.

1 เมษายน 2026

วันนี้เป็นวันพุธ ที่ 1 เมษายน

กลางคืนผ่านพ้นไปแล้ว และวันใหม่เปิดอยู่ เบื้องหน้าเรา

เราร่วมใจอธิษฐาน ด้วยจิตใจเป็นหนึ่งเดียว

(สงบใจ ในความเงียบ)

ในขณะที่เราชื่นชมยินดี ในของประทานแห่งวันใหม่นี้

ขอให้แสงสว่างแห่งพระพักตร์ ขององค์พระผู้เป็นเจ้า

จุดไฟรักในใจของเรา เพื่อพระองค์

บัดนี้และสืบไปเป็นนิตย์

อาเมน

.

.

สดุดี 102:1-11 

“ข้าแต่พระยาห์เวห์ 

ขอทรงฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ 

ขอให้เสียงร้องของข้าพระองค์มาถึงพระองค์ 

ขออย่าซ่อนพระพักตร์ของพระองค์จากข้าพระองค์ 

ในยามที่ข้าพระองค์ทุกข์ยาก 

ขอเงี่ยพระกรรณฟังข้าพระองค์ 

ขอทรงตอบโดยเร็ว 

เมื่อข้าพระองค์ร้องทูล 

เพราะวันเวลาของข้าพระองค์สลายไปอย่างควัน 

และกระดูกของข้าพระองค์ไหม้อย่างเตาไฟ 

ใจของข้าพระองค์ถูกทำลายและเหี่ยวไปเหมือนหญ้า 

ข้าพระองค์ไม่รู้สึกอยากอาหาร 

ด้วยเสียงร้องครางของข้าพระองค์ 

ข้าพระองค์ผ่ายผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก 

ข้าพระองค์เป็นเหมือนนกฮูกแห่งถิ่นทุรกันดาร 

ดุจนกเค้าแมวแห่งที่ร้างเปล่า 

ข้าพระองค์นอนไม่หลับ 

ข้าพระองค์เหมือนนกโดดเดี่ยวบนหลังคาบ้าน 

ศัตรูเยาะหยันข้าพระองค์วันแล้ววันเล่า 

ผู้ที่ดูถูกข้าพระองค์ใช้ชื่อข้าพระองค์แช่งคนอื่น 

เพราะข้าพระองค์กินขี้เถ้าต่างอาหาร 

และเจือน้ำตาเข้ากับเครื่องดื่ม 

เพราะความโกรธและโทสะของพระองค์ 

เพราะพระองค์ทรงยกข้าพระองค์ขึ้นและทรงโยนข้าพระองค์ลง 

วันเวลาของข้าพระองค์เหมือนเงาเวลาเย็น 

ข้าพระองค์เหี่ยวไปเหมือนหญ้า”

พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน

.

.

ลูกา 22:54-71

“พวกเขาก็จับพระองค์พาเข้าไปในบ้านของมหาปุโรหิต เปโตรติดตามพระองค์ไปห่างๆ เมื่อพวกเขาก่อไฟที่กลางลานบ้านและนั่งลงด้วยกันแล้ว เปโตรก็นั่งอยู่ท่ามกลางพวกเขา มีสาวใช้คนหนึ่งเห็นเปโตรนั่งอยู่ในแสงไฟ จึงจ้องมองแล้วพูดว่า “คนนี้อยู่กับเขาด้วย” แต่เปโตรปฏิเสธว่า “หญิงเอ๋ย คนนั้นข้าไม่รู้จัก” สักครู่หนึ่งมีอีกคนหนึ่งเห็นเปโตร จึงพูดว่า “เจ้าเป็นคนของพวกนั้นด้วย” เปโตรจึงกล่าวว่า “พ่อหนุ่มเอ๋ย ข้าไม่ได้เป็น” ต่อมาประมาณอีกหนึ่งชั่วโมง มีอีกคนหนึ่งยืนยันอย่างมั่นใจว่า “ต้องใช่แน่ คนนี้อยู่กับเขาด้วย เพราะเป็นชาวกาลิลี” แต่เปโตรพูดว่า “พ่อหนุ่มเอ๋ย ที่ท่านพูดนั้นข้าไม่รู้เรื่อง” เมื่อเปโตรกำลังพูดยังไม่ทันขาดคำ ทันใดนั้นไก่ก็ขัน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเหลียวดูเปโตร แล้วเปโตรก็ระลึกถึงคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ตรัสกับเขาว่า “วันนี้ก่อนไก่ขันท่านจะปฏิเสธเราสามครั้ง” แล้วเปโตรก็ออกไปข้างนอกร้องไห้ด้วยความทุกข์ใจ”

“พวกที่คุมพระเยซูก็เยาะเย้ยโบยตีพระองค์ และเมื่อพวกเขาเอาผ้าผูกปิดพระเนตรของพระองค์แล้ว พวกเขาก็ถามว่า “ทำนายซิว่าใครตบเจ้า” แล้วพวกเขายังพูดคำหยาบช้าต่อพระองค์อีกหลายอย่าง 

พอรุ่งเช้าพวกผู้ใหญ่ของประชาชนกับพวกหัวหน้าปุโรหิตและพวกธรรมาจารย์ก็มาประชุมกัน เขาพาพระองค์เข้าไปในสภาของพวกเขาและพูดว่า “ถ้าเจ้าเป็นพระคริสต์ ก็จงบอกเรา” แต่พระองค์ทรงตอบเขาว่า “ถึงเราบอกพวกท่าน ท่านก็ไม่เชื่อ และถึงเราถามท่าน ท่านก็ไม่ตอบเรา อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่นี้ไป บุตรมนุษย์จะนั่งด้านขวาของพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ” พวกเขาทุกคนจึงถามว่า “เจ้าเป็นพระบุตรของพระเจ้าหรือ?” พระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “ก็ท่านพูดแล้วว่าเราเป็น” พวกเขาจึงพูดว่า “เราต้องการพยานอะไรอีก? เพราะว่าเราได้ยินจากปากของเขาเองแล้ว””

นี่คือพระวจนะของพระเจ้า

ขอบพระคุณพระเจ้า

.

.

บทใคร่ครวญ “ทันใดนั้นไก่ก็ขัน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเหลียวดูเปโตร” 

มีช่วงเวลาหนึ่งในพระธรรมตอนนี้ ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นวินาทีที่ “บีบหัวใจ” ที่สุดในพระคัมภีร์

เปโตรเพิ่งปฏิเสธพระเยซูเป็นครั้งที่สาม เขาเพิ่งจะสาบานว่า “คนนั้นข้าไม่รู้จัก…ที่ท่านพูดนั้นข้าไม่รู้เรื่อง…”

ทันใดนั้น… เสียงไก่ก็ขันขึ้น

และลูกาได้บันทึกรายละเอียดที่ทำให้หัวใจของพวกเราแทบสลาย:

“…(แล้ว)องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเหลียวดูเปโตร…”

พระผู้เป็นเจ้าทรงเหลียวมา สบตาเปโตร

ลองจินตนาการถึงฉากในลานบ้านนั้น… พระเยซูกำลังถูกเฆี่ยนตี ถูกเยาะเย้ย และกำลังถูกคุมตัวออกไป พระองค์มีเหตุผลร้อยแปดที่จะจดจ่ออยู่กับความเจ็บปวดของตัวเอง หรือจดจ่ออยู่กับทหารพวกนั้น ที่กำลังทรมาน และเยาะเย้ยพระองค์อยู่

แต่ทันทีที่สิ้นเสียงไก่ขัน… พระองค์หันหน้ากลับมา

พระองค์กวาดสายตามองหาดวงตาของเพื่อน

พระองค์ไม่ได้มองเปโตรเพื่อ “ประจาน” ให้เขาอับอาย 

แต่พระองค์มองเพื่อ “ยืนยัน” ว่า เปโตรเป็นของพระองค์

สายตานั้นกำลังบอกว่า: เราได้ยินเจ้า… เรารู้จักเจ้า… และเรากำลังจะไปที่กางเขนเพื่อสิ่งนี้แหละ

ในขณะที่เปโตรกำลังวุ่นอยู่กับการบอกปัดว่า “ข้าไม่ใช่คนของเขา” พระเยซูกลับกำลังบอกผ่านสายตาว่า “เจ้าเป็นของเรา”

ในขณะที่เปโตรกำลังถอยห่างเพื่อรักษาชีวิตตัวเอง พระเยซูกลับกำลังยอมรับข้อกล่าวหา เพื่อสละชีวิตของพระองค์

การไต่สวนจบลงด้วยคำถามของผู้นำศาสนาว่า “เราต้องการพยานอะไรอีก?”

พวกเขาคิดว่าพวกเขาเจอหลักฐานที่จะ “ทำลาย” พระเยซูแล้ว

แต่ความจริงคือ… พวกเขาเจอหลักฐานที่จะ “ช่วยกู้” เราต่างหาก

เพราะเมื่อพระเยซูยอมรับความจริงว่าพระองค์เป็นใคร—”ท่านทั้งหลายพูดถูกแล้ว เราเป็น”—พระองค์ได้รับเอาความผิดบาปทั้งหมดมาไว้ที่ตัวพระองค์เอง

คำสารภาพของพระองค์ กลายเป็นการอภัยโทษให้แก่เรา

ในวันพุธศักดิ์สิทธิ์นี้ เราอาจรู้สึกเหมือนเปโตร

เราอาจรู้สึกผิดในหลายๆ ครั้งที่เราปฏิเสธพระองค์ด้วยคำพูด หรือการกระทำ

หลายครั้งที่เราเดินตามพระองค์อยู่ห่างๆ… 

หรือหลายครั้งที่เราทำตัวเหมือนไม่รู้จักพระองค์

เราอาจกำลังร้องไห้อย่างขมขื่นอยู่ภายในใจ

แต่ขอให้ เงยหน้าขึ้น

พระเจ้ากำลังหันพระพักตร์มามองเรา

พระองค์เห็นความล้มเหลวของเราชัดเจน

แต่พระองค์ไม่ได้มองมาเพื่อลงโทษ… พระองค์กำลังเดินไปที่กางเขนเพื่อจ่ายราคาให้กับการปฏิเสธนั้น

พระองค์รู้จักเรา รู้จักตัวตนของเรา รู้ในความอ่อนแอของเรา 

แต่สิ่งนั้น ไม่ได้ทำให้พระองค์รักเราน้อยลง

ขอให้สายตาของพระองค์ที่มองมาที่เรา ชำระล้างเราให้สะอาด

พระองค์คือ “พยานผู้ซื่อสัตย์” ที่ยอมยืนหยัดในความจริง เพื่อให้ “พยานที่ไม่ซื่อสัตย์” อย่างเรา… ได้รับการอภัย

.

.

คำอธิษฐาน:

ข้าแต่พระเยซูเจ้า เราขอสารภาพว่าบ่อยครั้งเราเดินตามพระองค์อยู่ห่างๆ เราอยากได้ความสบายใจจากความรอดของพระองค์ แต่ไม่อยากเสี่ยงแบกกางเขนไปกับพระองค์ เราได้ปฏิเสธพระองค์ด้วยความเงียบและด้วยการกระทำของเรา 

ขอบพระคุณที่ไม่ทรงหันหลังให้เราในยามที่เราหันหลังให้พระองค์ 

ขอบคุณสำหรับ “สายตาแห่งพระคุณ” ที่เชื้อเชิญเรากลับมา 

เราสรรเสริญพระองค์ที่ทรงตรัสความจริงในการไต่สวน 

และยอมรับโทษทัณฑ์ที่เราสมควรได้รับ 

ขอทรงชำระล้างความขมขื่นแห่งความล้มเหลวของเรา 

ด้วยพระเมตตาของพระองค์ด้วยเถิด 

อาเมน

เรานมัสการด้วยกันในเพลง ข้าจึงสรรเสริญ

.

.

Youtube Link

.

Link to today’s Morning Office

Leave a comment

Navigation

About

This project is initiated by Revd Canon Terry Wong, Vicar of Marine Parade Christian Centre. Various clergy , pastors and lay members are also contributing in writing or voicing. For feedback or questions, please email Canon Wong at terrywg@gmail.com