Daily Devotion

This daily devotion is based on the Anglican Morning Office. It comes with selected readings from the Psalms and another Scripture text, accompanied by reflections and prayers. There is an audio option. It will be best to both read and listen. This devotion is also suitable for family prayers. The link to the entire Morning Office today is provided at the end of this devotion. These devotions are offered for weekdays only and begins on Ash Wednesday, 2025.

2 เมษายน 2026

วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน

กลางคืนผ่านพ้นไปแล้ว และวันใหม่เปิดอยู่ เบื้องหน้าเรา

เราร่วมใจอธิษฐาน ด้วยจิตใจเป็นหนึ่งเดียว

(สงบใจ ในความเงียบ)

ในขณะที่เราชื่นชมยินดี ในของประทานแห่งวันใหม่นี้

ขอให้แสงสว่างแห่งพระพักตร์ ขององค์พระผู้เป็นเจ้า

จุดไฟรักในใจของเรา เพื่อพระองค์

บัดนี้และสืบไปเป็นนิตย์

อาเมน

.

.

สดุดี 42:9-11 

“ข้าพเจ้าทูลพระเจ้า พระศิลาของข้าพเจ้าว่า 

“ไฉนพระองค์ทรงลืมข้าพระองค์? 

ไฉนข้าพระองค์ต้องดำเนินไปอย่างทุกข์โศก 

เพราะการบีบบังคับของศัตรู?” 

พวกคู่อริเยาะเย้ยข้าพระองค์ 

ดุจจะให้กระดูกของข้าพระองค์แหลกละเอียด 

เมื่อพวกเขาพูดกับข้าพระองค์วันแล้ววันเล่าว่า 

“พระเจ้าของเจ้าอยู่ที่ไหน?” 

จิตใจของข้าเอ๋ย ไฉนเจ้าจึงฝ่ออยู่? 

ไฉนเจ้าจึงกระสับกระส่ายอยู่ภายใน? 

จงหวังในพระเจ้า 

เพราะข้าจะยกย่องพระองค์อีก 

ผู้ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดและพระเจ้าของข้า”

พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน

.

.

ลูกา 23:1-25 

“พวกเขาจึงลุกขึ้นพร้อมกันและพาพระองค์ไปหาปีลาต และตั้งข้อกล่าวหาว่า “เราพบว่าคนนี้กำลังทำให้ชนชาติของเราไขว้เขวและไม่ให้ส่งส่วยแก่ซีซาร์ และบอกว่าตัวเองเป็นพระคริสต์กษัตริย์องค์หนึ่ง” ปีลาตจึงถามพระองค์ว่า “เจ้าเป็นกษัตริย์ของพวกยิวหรือ?” พระองค์ตรัสตอบเขาว่า “ก็ท่านพูดเองแล้ว” ปีลาตจึงกล่าวกับพวกหัวหน้าปุโรหิตและฝูงชนว่า “เราไม่เห็นว่าคนนี้มีความผิด” แต่พวกเขายืนกรานว่า “คนนี้ยุยงประชาชนให้วุ่นวายและสั่งสอนไปทั่วยูเดีย ตั้งแต่กาลิลีจนถึงที่นี่” 

เมื่อปีลาตได้ยิน ท่านจึงถามว่า “คนนี้เป็นชาวกาลิลีหรือ?” เมื่อทราบว่าพระองค์เป็นคนในท้องที่ของเฮโรด ท่านจึงส่งพระองค์ไปหาเฮโรดซึ่งพักอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็มในเวลานั้น เมื่อเฮโรดเห็นพระเยซูก็ดีใจมาก เพราะท่านเคยได้ยินถึงพระองค์มานานแล้ว ท่านอยากจะพบพระองค์และหวังที่จะได้เห็นพระองค์ทำหมายสำคัญบ้าง ท่านจึงซักถามพระองค์หลายข้อ แต่พระองค์ไม่ทรงตอบอะไรเลย พวกหัวหน้าปุโรหิตและพวกธรรมาจารย์ซึ่งยืนอยู่ที่นั่นกล่าวหาพระองค์อย่างรุนแรง เฮโรดกับพวกทหารของท่านก็ดูหมิ่นและเยาะเย้ยพระองค์ เมื่อเอาเสื้อผ้าที่สวยงามมาสวมให้พระองค์แล้วก็ส่งกลับไปหาปีลาตอีก ปีลาตกับเฮโรดคืนดีกันในวันนั้น เพราะแต่ก่อนเป็นศัตรูกัน 

ปีลาตจึงสั่งพวกหัวหน้าปุโรหิต พวกผู้นำ และประชาชนให้ประชุมพร้อมกัน และกล่าวกับพวกเขาว่า “ท่านพาคนนี้มาหาเรา กล่าวหาว่าเขายุยงประชาชน นี่แน่ะ เราไต่สวนต่อหน้าพวกท่านแล้ว และไม่เห็นว่าคนนี้มีความผิดในข้อที่ท่านกล่าวหาเขา และเฮโรดก็ไม่เห็นว่าเขามีความผิดด้วย เพราะเฮโรดส่งตัวเขากลับมาหาเราอีก นี่แน่ะ คนนี้ไม่ได้ทำผิดอะไรที่สมควรจะมีโทษถึงตาย เพราะฉะนั้นหลังจากที่เราเฆี่ยนเขาแล้ว เราก็จะปล่อยไป” 

แต่ฝูงชนร้องขึ้นพร้อมกันว่า “จงเอาคนนี้ไปจัดการ และปล่อยบารับบัสให้เรา” บารับบัสนั้นติดคุกอยู่เพราะก่อการจลาจลในเมืองและฆ่าคน แต่ปีลาตนั้นยังต้องการปล่อยพระเยซู จึงพูดกับพวกเขาอีกครั้ง แต่เขากลับร้องตะโกนว่า “เอาไปตรึง เอาไปตรึงที่กางเขน” ปีลาตจึงถามพวกเขาเป็นครั้งที่สามว่า “ตรึงทำไม? เขาทำผิดอะไร? เราไม่พบเหตุผลอะไรที่เขาสมควรจะตาย เพราะฉะนั้นหลังจากที่เราเฆี่ยนเขาแล้วก็จะปล่อยไป” แต่พวกเขาส่งเสียงดังเร่งรัดให้เอาพระเยซูไปตรึง แล้วเสียงของเขาก็ชนะ ปีลาตจึงสั่งให้เป็นไปตามที่พวกเขาปรารถนา ท่านจึงปล่อยคนที่เขาขอนั้น ซึ่งติดคุกเพราะก่อการจลาจลและฆ่าคน แล้วท่านมอบพระเยซูไว้ตามความประสงค์ของพวกเขา”

นี่คือพระวจนะของพระเจ้า

ขอบพระคุณพระเจ้า

.

.

บทใคร่ครวญ “ตรึงทำไม? เขาทำผิดอะไร?“

โดยปกติเมื่อถึงวันพฤหัสบดีศักดิ์สิทธิ์ (Maundy Thursday) เราคุ้นเคยกับ ฉากห้องชั้นบน การล้างเท้า และพิธีมหาสนิท

แต่พระวจนะในเช้าวันนี้ ได้นำไปสู่เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น…

ในลูกาบทที่ 23 พระเยซูถูกส่งตัวไปมาเหมือน “เบี้ย” ทางการเมือง ระหว่างปีลาต (เจ้าเมือง) และเฮโรด (กษัตริย์) ไม่มีใครชี้ความผิดในตัวพระองค์ได้ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่มีใครมีความกล้าพอ ที่จะปล่อยพระองค์ไป

พระธรรมตอนนี้กำลังฉายภาพ ความจริง ในระบบความยุติธรรม ของโลกนี้ ทั้งการประนีประนอมทางการเมือง ความรุนแรงของฝูงชน และความอิจฉาริษยาของผู้นำทางศาสนา—ทุกอย่างกำลังรวมตัวกันเพื่อทำลาย “ผู้บริสุทธิ์”

“จงเอาคนนี้ไปจัดการ และปล่อยบารับบัสให้เรา!”

นี่คือความวิปริตกลับตาลปัตรขั้นสูงสุด

ฝูงชนเลือก “ผู้พรากชีวิต” (ฆาตกร) แทนที่ “ผู้ประทานชีวิต”

โดยธรรมชาติของมนุษย์ เรามักสนับสนุนความรุนแรง นักปฏิวัติหัวรุนแรง ที่สัญญาว่าจะปลดแอกเราทางการเมือง มากกว่าผู้รับใช้ที่ทนทุกข์ เพื่อปลดปล่อยเราจากความบาป

ฝูงชนเรียกร้องให้ปล่อย “ลูกแห่งความรุนแรง ของโลกนี้” และขอให้ประหาร “พระบุตรองค์เที่ยงแท้”

และที่น่าแปลกใจคือ… พระเจ้าทรงตกลงตามนั้น

พระบิดายอมให้พระบุตรถูกทำลาย เพื่อให้บรรดาลูกๆ ที่กบฏ (คือพวกเรา) ได้รับการปลดปล่อย

กางเขนคือที่ที่พระเยซูยอมเดินเข้าสู่แดนประหาร… ซึ่งที่จริงมันเป็นที่ของเรา

บารับบัสไม่ได้พูดขอโทษ 

เขาไม่ได้สัญญาว่าจะกลับตัวเป็นคนดี 

เขาไม่ได้สัญญาว่าจะไปบวช ถ้าได้รับการปล่อยตัว

เขาเป็นคนบาปที่ใช้อารมณ์ ใช้ความรุนแรง 

แต่เขาได้รับอิสรภาพเพียงเพราะ “มีชายอีกคนหนึ่ง ยอมมารับโทษแทนที่เขา”

วันพฤหัสบดีศักดิ์สิทธิ์นี้ เรามักจดจ่ออยู่กับอาหารค่ำมื้อสุดท้าย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

แต่พระธรรมตอนนี้เปิดเผยให้เรารู้ว่า ทำไม พระกายต้องแตกหัก และ ทำไม พระโลหิตต้องหลั่งออก

มันคือ “การสับเปลี่ยนตัว ที่ยิ่งใหญ่”

เราทุกคนคือบารับบัส (ชื่อนี้แปลว่า “ลูกของพ่อ”) เราคือ “ลูกของพ่อ” ที่ดื้อ ที่กบฏ เราเลือกการจลาจลของความบาป และเราสมควรได้รับโทษนั้น

แต่พระบุตรที่แท้จริงของพระบิดาได้ก้าวเข้ามารับโทษแทน

ปีลาตปล่อยคนที่ผิดจริง และตัดสินประหารคนที่บริสุทธิ์

ในสายตาโลก นี่คือความยุติธรรมที่ล้มเหลว แต่ในสายตาสวรรค์ นี่คือแผนการแห่งพระเมตตา

ในขณะที่เราใช้ชีวิตในวันนี้ ลองมองดูอิสรภาพที่เรามี มองดูแสงแดด มองดูจังหวะลมหายใจ ของเรา

เรามีชีวิตอยู่ในวันนี้ได้ เพราะพระองค์ยอมเข้าไปสู่แดนประหาร แทนเรา

เราเป็นไทในวันนี้ได้ เพราะพระองค์ยอมรับกางเขนของเราไปแบกไว้

อย่าให้เรา ใช้อิสรภาพนี้อย่างสูญเปล่า

.

.

การตอบสนองต่อพระคริสต์: ให้เราเดินออกจากห้องขัง

1. ยอมรับว่าเป็นนักโทษ: อย่าอ่านพระธรรมตอนนี้แล้วคิดว่า “ฉันไม่มีวันตะโกนให้ตรึงพระองค์หรอก” ความจริงคือ เราคือบารับบัส เราคือกบฏ รับความจริงว่าเราคือ ผู้ที่ได้รับการปลดปล่อยในวันนี้

2. ปฏิเสธวิญญาณแบบเฮโรด: วันนี้อย่ามาหา พระเยซูเพื่อความบันเทิง เพื่อหา “ความรู้สึกดีๆ” หรือรอคอย “หมายสำคัญ” แต่จงมาหาพระองค์ด้วยความเคารพยำเกรง และในความนิ่งสงบ

3. ทำให้เสียง วุ่นวายในใจเงียบลง: ในพระคัมภีร์ เสียงของฝูงชนที่ดัง และวุ่นวาย อาจจะเป็นฝ่าย “ชนะ” แต่เสียงเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องชนะในใจเรา หากโลกกำลังตะโกนกล่าวโทษเรา จงฟังคำตัดสินที่ปีลาตมีต่อพระเยซูว่า “เราไม่เห็นว่าคนนี้มีความผิด” และในเมื่อเราอยู่ในพระคริสต์ ก็ไม่มีความผิดใดในตัวเราเช่นกัน

.

.

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเยซู เราคือบารับบัส เราสมควรถูกล่ามโซ่ และเราสมควรถูกพิพากษา แต่พระองค์ทรงยืนสงบนิ่งต่อหน้าผู้กล่าวหา เพื่อให้เราเป็นไท พระองค์ยอมให้ฝูงชนเลือกฆาตกร เพื่อให้ฆาตกรคนนี้ได้รับความรอด ขอบพระคุณที่ทรงเดินเข้าสู่แดนประหารนั้นแทนเรา 

เมื่อเราก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาศักดิ์สิทธิ์นี้ ขอช่วยให้เราดำเนินชีวิต ให้สมกับผู้ที่ได้รับการปลดปล่อยอย่างอัศจรรย์—ไม่ใช่เพื่อกลับไปทำบาปอีก แต่เพื่อรัก และรับใช้พระองค์… ผู้ทรงทำให้เราเป็นไท

อาเมน

.

.

นมัสการด้วยกันในเพลง พระองค์แบกรับไว้  

.

.

Youtube Link

.

Link to today’s Morning Office

Leave a comment

Navigation

About

This project is initiated by Revd Canon Terry Wong, Vicar of Marine Parade Christian Centre. Various clergy , pastors and lay members are also contributing in writing or voicing. For feedback or questions, please email Canon Wong at terrywg@gmail.com