วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 3 เมษายน วันศุกร์ประเสริฐ
กลางคืนผ่านพ้นไปแล้ว และวันใหม่เปิดอยู่ เบื้องหน้าเรา
เราร่วมใจอธิษฐาน ด้วยจิตใจเป็นหนึ่งเดียว
(สงบใจ ในความเงียบ)
ในขณะที่เราชื่นชมยินดี ในของประทานแห่งวันใหม่นี้
ขอให้แสงสว่างแห่งพระพักตร์ ขององค์พระผู้เป็นเจ้า
จุดไฟรักในใจของเรา เพื่อพระองค์
บัดนี้และสืบไปเป็นนิตย์
อาเมน
.
.
สดุดี 69:16-21
“ข้าแต่พระยาห์เวห์
ขอทรงตอบข้าพระองค์
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์นั้นล้ำเลิศ
ขอทรงหันมาหาข้าพระองค์ ตามพระกรุณาอันอุดมของพระองค์
ขออย่าซ่อนพระพักตร์ จากผู้รับใช้ของพระองค์
เพราะข้าพระองค์ทุกข์ยาก
ขอทรงรีบตอบข้าพระองค์เถิด
ขอเสด็จมาใกล้ข้าพระองค์
ขอทรงไถ่ข้าพระองค์
ขอทรงปลดปล่อยข้าพระองค์จากศัตรู
พระองค์ทรงทราบ การที่เขาเยาะเย้ยข้าพระองค์
ทั้งความอับอาย และความขายหน้าของข้าพระองค์
พระองค์ทรงรู้จักคู่อริทั้งสิ้นของข้าพระองค์
การเยาะเย้ย ทำให้ใจข้าพระองค์แตกสลาย
ข้าพระองค์จึงล้มป่วย
ข้าพระองค์มองหาความเห็นใจ
แต่ก็ไม่มี
หาผู้ปลอบโยน
แต่ก็ไม่พบ
พวกเขาให้ของขมเป็นอาหารของข้าพระองค์
ให้น้ำส้มสายชูแก่ข้าพระองค์ดื่มแก้กระหาย”
พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน
.
.
ฮีบรู 10:1-10
“เพราะเหตุที่ธรรมบัญญัติเป็นเพียงเงาของสิ่งประเสริฐทั้งหลายที่จะมาในภายหลัง ไม่ใช่ตัวจริง จึงไม่สามารถทำให้ผู้ที่เข้าเฝ้าพระเจ้าพร้อมกับเครื่องบูชา ที่พวกเขาถวายเหมือนเดิมทุกปีเสมอมานั้น ถึงความสมบูรณ์ได้ เพราะถ้าทำได้ พวกเขาคงหยุดการถวายเครื่องบูชาแล้วไม่ใช่หรือ? เพราะถ้าผู้นมัสการได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ สักครั้งหนึ่งแล้ว คงจะไม่รู้สึกว่ามีบาปอีกต่อไป แต่การถวายเครื่องบูชานั้นเป็นการเตือนให้คิดถึงบาปทุกปี เพราะเลือดวัวผู้และเลือดแพะไม่มีทางชำระบาปให้หมดสิ้นไปได้เลย
เพราะฉะนั้น เมื่อพระคริสต์เสด็จเข้ามาในโลกแล้ว พระองค์ตรัสว่า
“พระองค์เจ้าข้า เครื่องสัตวบูชาและเครื่องบูชาอื่นๆ
พระองค์ไม่ทรงประสงค์
แต่พระองค์ทรงจัดเตรียมกายสำหรับข้าพระองค์
เครื่องเผาบูชาและเครื่องบูชาลบบาปนั้น
พระองค์ไม่พอพระทัย
แล้วข้าพระองค์ทูลว่า
‘ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์มาแล้ว
เพื่อจะทำตามพระทัยของพระองค์’
ตามที่มีเรื่องข้าพระองค์เขียนไว้ในหนังสือม้วน”
เมื่อพระองค์ตรัสในตอนแรกว่า
“เครื่องสัตวบูชาและเครื่องบูชาอื่นๆ และเครื่องเผาบูชาและเครื่องบูชาลบบาป (ที่ได้ถวายตามธรรมบัญญัตินั้น)
พระองค์ไม่ทรงประสงค์และไม่พอพระทัย”
แล้วพระองค์ท่านก็ตรัสด้วยว่า
“ข้าพระองค์มาแล้วเพื่อจะทำตามพระทัยของพระองค์”
พระองค์ท่านทรงยกเลิกระบบเดิมนั้นเสียเพื่อจะทรงตั้งระบบใหม่
และโดยพระประสงค์นั้นเอง เราจึงได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ โดยการถวายพระกายของพระเยซูคริสต์ครั้งเดียวเป็นพอ”
นี่คือพระวจนะของพระเจ้า
ขอบพระคุณพระเจ้า
.
.
บทใคร่ครวญ: “เครื่องบูชา”
“…แต่พระองค์ทรงจัดเตรียมกายสำหรับข้าพระองค์ …”
ถ้อยคำจากสดุดีบทที่ 40 นี้มีความหมายลึกซึ้ง ในพระเยซูคริสต์
เมื่อครั้งปฐมกาล พระเจ้าทรงปั้นกายของอาดัมขึ้นจากผงคลีดิน เพื่อให้เป็นภาชนะแห่งการเชื่อฟัง… แต่อาดัมล้มเหลว
ในวันศุกร์ประเสริฐ เราจึงเห็น “อาดัมคนที่สอง” (คือพระเยซู) ยืนยันว่าพระกายของพระองค์ถูก “จัดเตรียม” มาเพื่อช่วงเวลานี้โดยเฉพาะ
การรับสภาพมนุษย์ ไม่ใช่แค่เพื่อให้พระเจ้ามา อยู่ กับเรา แต่เพื่อให้พระเจ้า หลั่งเลือด เป็นเครื่องบูชา เพื่อไถ่เรา
พระเจ้าสิ้นพระชนม์ไม่ได้… จิตวิญญาณไม่สามารถถูกตอกตรึงไว้กับไม้ได้
พระองค์จึงจำเป็นต้องมี “ร่างกาย”—ภาชนะที่มีเลือดเนื้อ มีเส้นประสาทที่รับรู้ความเจ็บปวด—เพื่อถวายเป็นเครื่องบูชา ที่จะลบล้างคำแช่งสาปของมนุษย์ทุกคน คำแช่งสาปแห่งปฐมกาล
พระวจนะในวันนี้พูดถึงเรื่องเครื่องบูชาไว้ว่า:
“….ธรรมบัญญัติเป็นเพียงเงาของสิ่งประเสริฐทั้งหลายที่จะมาในภายหลัง ไม่ใช่ตัวจริง จึงไม่สามารถทำให้ผู้ที่เข้าเฝ้าพระเจ้าพร้อมกับเครื่องบูชาที่พวกเขาถวายเหมือนเดิมทุกปีเสมอมานั้น ถึงความสมบูรณ์ได้”
ธรรมบัญญัติทำหน้าที่เหมือน กระจกเงา ไม่ใช่ ฟองน้ำ
ทุกปีในวันลบมลทิน การถวายสัตวบูชาไม่ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกสะอาดขึ้น แต่มันกลับตอกย้ำให้พวกเขาจำได้ว่าตัวเองสกปรกแค่ไหน ความบาปทิ้งรอยเปื้อนไว้ในมโนธรรม ซึ่งไม่มีพิธีกรรมทางศาสนาใดๆ จะขัดออกได้
ทุกวันนี้ เราอยู่ในวัฒนธรรมที่ “เรียกร้องการชดใช้” ตลอดเวลา
ถ้าใครโพสต์อะไรผิดไปในโลกออนไลน์ แม้ออกมาขอโทษ (ซึ่งเป็นภาพของเครื่องบูชา) แต่ดูเหมือนมันจะไม่เคยพอ โลกอินเทอร์เน็ตไม่เคยลืม มีดิจิตอลฟุตพริ้นท์ (digital footprint) คอยทำหน้าที่เป็น “เครื่องเตือนให้ระลึกถึงบาป” อยู่เสมอ
คนยุคนี้จึงมักรู้สึกว่าตัวเอง “ดีไม่พอ” (ทำงานได้ไม่ดีพอ เป็นพ่อแม่ที่ไม่ดีพอ) นี่คือวงจร “ปีแล้วปีเล่า” ที่เราพยายามสร้างผลงานเพื่อเป็นเครื่องบูชา หวังจะให้ใจสงบลง
แต่เหมือน เลือดวัวและแพะแก้ปัญหาหัวใจมนุษย์ไม่ได้ ฉันใด
มีเพียงชีวิตมนุษย์ที่สมบูรณ์และเชื่อฟังเท่านั้น ที่จะพลิกฟื้นความไม่เชื่อฟังของอาดัม และถอนคำแช่งสาปได้
พระเยซูจึงตรัสถ้อยคำที่ไถ่กู้โลกนี้ไว้ว่า: “ข้าพระองค์มาแล้ว เพื่อจะทำตามพระทัยของพระองค์”
ความแตกต่างสำคัญ อยู่ที่ “เจตจำนง”
สัตว์ถูกลากไปแท่นบูชาทั้งที่ดิ้นรนขัดขืน พวกมันไม่ได้อยากตาย
แต่พระเยซูเดินไปที่กางเขนด้วยความสมัครใจ
คุณค่าของเครื่องบูชานี้จึงไม่ได้อยู่ที่ “เลือด” เท่านั้น แต่อยู่ที่ “การเชื่อฟัง”
วันศุกร์ประเสริฐ คือวันที่พระองค์กระทำตามน้ำพระทัยนั้น อย่างสมบูรณ์
พระองค์ไม่ได้แค่ถวายพระโลหิต แต่พระองค์ทรงถวาย “พระกาย”
“…เราจึงได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ โดยการถวาย “พระกาย” ของพระเยซูคริสต์ครั้งเดียวเป็นพอ”
คำว่า “ได้รับการชำระ” เป็นรูปอดีตที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว
ไม่ใช่ “กำลังถูกชำระ” แต่ “ได้รับการชำระแล้ว”
เพราะวันศุกร์ประเสริฐได้เกิดขึ้นแล้ว… เราจึงสะอาดแล้ว
.
.
การตอบสนองต่อพระคริสต์:
1. หยุดถวายเครื่องบูชา: ถ้าวันนี้เรายังกำลังพยายามทำดีเพื่อ “ชดใช้” ความผิดที่ผ่านมา… หรือพยายามพิสูจน์ตัวเอง ขอให้เราหยุดเถิด เพราะการทำเช่นนั้นคือการดูหมิ่นกางเขน เพราะมันกำลังบอกว่าสิ่งที่พระเยซูจ่ายราคาไปนั้นยังไม่พอ
2. วางใจในคำว่า “ครั้งเดียวเป็นพอ”: วันศุกร์ประเสริฐเกิดขึ้นครั้งเดียวและจบลงแล้ว การให้อภัย การไถ่กู้ของเราคือ “ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์” ที่มั่นคง ไม่ใช่ “ความรู้สึก” ที่ขึ้นๆ ลงๆ ตามอารมณ์
3. ยอมจำนนต่อน้ำพระทัย: พระเยซูมาเพื่อทำตามพระทัยพระเจ้า วันนี้
เราเองก็เช่นกัน เราอธิษฐาน ด้วยถ้อยคำที่ว่า “ข้าพระองค์มาแล้วเพื่อจะทำตามพระทัยของพระองค์”
คำอธิษฐาน:
ข้าแต่พระเยซูเจ้า วันนี้เราเพ่งมองไปที่กางเขนและเห็นจุดสิ้นสุดของการดิ้นรนของเรา ขอบพระคุณพระองค์ ที่เสด็จมาทำตามพระทัยพระบิดา ในสิ่งที่เราทำไม่ได้ ขอบพระคุณ ที่ทรงถวายพระกายที่เตรียมไว้ ซึ่งเป็นเครื่องบูชาเดียว ที่ชำระมโนธรรมของเราให้สะอาดได้ เราขอสารภาพว่าบ่อยครั้งเราจ่ายค่าบาป ด้วยความรู้สึกผิดและความพยายามของตัวเอง วันนี้ เราขอหยุด… เราขอน้อมรับเครื่องบูชา “ครั้งเดียวเป็นพอ” ในวันศุกร์ประเสริฐนี้ เราได้รับการชำระให้บริสุทธิ์แล้ว โดย เจตจำนง ความเต็มใจ ของพระองค์
อาเมน
.
.
นมัสการด้วยกันในเพลง ชิดกางเขน
.
Leave a comment