วันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2025
สัปดาห์ที่ 3 ของเทศกาลเตรียมรับเสด็จ
ให้เราเริ่มต้นเช้าวันใหม่ ด้วยการสงบใจ จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า
เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระบิดาผู้ทรงเต็มด้วยพระสิริและพระคุณ ขอบพระคุณที่ทรงเรียกข้าพระองค์ให้มาหยุดพักต่อพระพักตร์พระองค์ในเช้าวันนี้ ขอทรงเปิดตาใจให้ข้าพระองค์ได้เห็นความงดงามแห่งพระสิริของพระองค์ และให้ใจของข้าพระองค์เต็มด้วยความชื่นชมยินดีในพระองค์แต่เพียงผู้เดียว
สาธุการแด่พระเจ้า พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ บัดนี้ และสืบไปเป็นนิตย์ อาเมน
.
.
สดุดี 48:9-11
9ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ทั้งหลายไตร่ตรองถึงความรักมั่นคงของพระองค์เมื่ออยู่กลางพระวิหารของพระองค์ 10ข้าแต่พระเจ้า พระนามของพระองค์ไปถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลกฉันใด คำสรรเสริญพระองค์ก็ไปถึงฉันนั้น พระหัตถ์ขวาของพระองค์เต็มไปด้วยความชอบธรรม 11ขอภูเขาศิโยนจงยินดี ขอธิดาแห่งยูดาห์จงเปรมปรีดิ์เนื่องจากการพิพากษาของพระองค์
พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน
.
.
มัทธิว 17:1-13
1เมื่อล่วงไปได้หกวันแล้ว พระเยซูทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นน้องของยากอบขึ้นภูเขาสูงแต่ลำพัง 2แล้วพระองค์ก็ทรงได้รับการเปลี่ยนแปลงไปต่อหน้าพวกเขา พระพักตร์ของพระองค์ทอแสงเหมือนแสงอาทิตย์ ฉลองพระองค์ก็ขาวผ่องดุจแสงสว่าง 3ในทันใดนั้นโมเสสและเอลียาห์ก็มาปรากฏแก่พวกสาวก และพูดคุยกับพระองค์ 4เปโตรทูลพระเยซูว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ดีจริงๆ ที่เราอยู่กันที่นี่ ถ้าพระองค์มีพระประสงค์ ข้าพระองค์จะทำเพิงสามหลังที่นี่ สำหรับพระองค์หลังหนึ่ง สำหรับโมเสสหลังหนึ่ง สำหรับเอลียาห์หลังหนึ่ง” 5เปโตรทูลยังไม่ทันขาดคำก็เกิดมีเมฆสุกใสมาปกคลุมพวกเขาไว้ แล้วมีพระสุรเสียงออกมาจากเมฆนั้นว่า “ท่านผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา เราชอบใจท่านมาก จงเชื่อฟังท่านเถิด” 6พวกสาวกเมื่อได้ยินก็ซบหน้าลงและกลัวยิ่งนัก 7พระเยซูจึงเสด็จมาใกล้และทรงสัมผัสตัวพวกเขา ตรัสว่า “จงลุกขึ้นเถิด อย่ากลัวเลย” 8เมื่อพวกเขาเงยหน้าดูก็ไม่เห็นใคร เห็นแต่พระเยซูองค์เดียว 9ขณะเสด็จลงมาจากภูเขาพระเยซูตรัสสั่งพวกสาวกว่า “นิมิตซึ่งท่านทั้งหลายเห็นนั้น อย่าเล่าให้ใครฟังจนกว่าบุตรมนุษย์จะเป็นขึ้นมาจากความตาย” 10พวกสาวกก็ทูลถามพระองค์ว่า “ทำไมพวกธรรมาจารย์จึงบอกว่า ‘เอลียาห์จะต้องมาก่อน?’” 11พระเยซูตรัสตอบว่า “เอลียาห์จะมาจริงๆ และจะทำให้ทุกสิ่งคืนสู่สภาพเดิม 12แต่เราบอกท่านทั้งหลายว่าเอลียาห์นั้นมาแล้ว และเขาทั้งหลายไม่รู้จักท่าน แต่เขาได้ทำกับท่านตามที่ต้องการแล้ว บุตรมนุษย์ก็จะต้องทนทุกข์เพราะน้ำมือของพวกเขาเช่นกัน” 13แล้วพวกสาวกจึงเข้าใจว่า พระองค์ตรัสกับพวกเขาโดยทรงเล็งถึงยอห์นผู้ให้บัพติศมา
นี่คือพระวจนะของพระเจ้า
ขอบพระคุณพระเจ้า
.
.
บทใคร่ครวญ: “พระสิริที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืด”
มนุษย์มักชื่นชมสิ่งงดงามของโลก ภูเขา พระอาทิตย์ขึ้น ดอกไม้ ผลงานศิลปะ แต่ความงดงามที่แท้จริงเหนือสิ่งอื่นใด คือ “พระสิริของพระเจ้า” พระสิริของพระเจ้าคือการสำแดงตัวตนของพระองค์ในฤทธานุภาพ ความบริสุทธิ์ และความรักอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเมื่อผู้ใดได้สัมผัสก็จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
ในช่วงเทศกาลเตรียมรับเสด็จ เราระลึกว่าพระเยซูคริสต์ผู้เสด็จมาครั้งแรกในความถ่อมตน จะเสด็จกลับมาอีกครั้งในพระสิริอันรุ่งโรจน์ การจำแลงพระกายบนภูเขาคือภาพล่วงหน้าของพระสิรินั้น พระสิริที่จะเติมเต็มโลกด้วยแสงแห่งความยินดีและความหวัง
เหมือนที่เปโตร ยากอบ และยอห์นได้เห็นพระสิริของพระองค์บนภูเขา เราเองก็ได้รับเชิญให้ “เห็น” พระสิรินั้นในจิตใจของเรา ผ่านความเชื่อและการนมัสการในช่วงเวลาแห่งการรอคอยนี้
ทั้งสดุดี 48 และมัทธิว 17 กล่าวถึง “การเห็นพระสิริ” ของพระเจ้า สดุดีในมุมมองของประชากรที่ระลึกถึงพระคุณของพระเจ้าในพระวิหาร และมัทธิวในมุมมองของสาวกที่เห็นพระสิริของพระเยซูบนภูเขาที่ทรงจำแลงพระกาย ทั้งสองตอนต่างย้ำว่า ผู้ที่ได้เห็นพระสิริของพระเจ้า ย่อมได้รับการเปลี่ยนแปลงจิตใจให้นมัสการและยำเกรงพระองค์
“ข้าแต่พระเจ้า เราได้คิดถึงความรักมั่นคงของพระองค์ในท่ามกลางพระวิหารของพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า คำสรรเสริญของพระองค์ก็เป็นที่รับรู้จนถึงสุดปลายแผ่นดินโลก พระหัตถ์ขวาของพระองค์เต็มด้วยความชอบธรรม ให้ภูเขาศิโยนเปรมปรีดิ์เถิด ให้ยูดาห์เปรมปรีดิ์เพราะเหตุการพิพากษาของพระองค์เถิด”
ผู้เขียนสดุดีระลึกถึง พระความรักมั่นคงของพระเจ้าในพระวิหาร สถานที่แห่งการประทับของพระองค์ “พระนาม” และ “พระหัตถ์ขวา” สื่อถึงฤทธานุภาพและการกระทำอันชอบธรรมของพระเจ้า ซึ่งทำให้ประชากรของพระองค์เปรมปรีดิ์ นี่เป็นภาพของการนมัสการที่เกิดจากการระลึกถึงพระสิริและพระคุณของพระเจ้า พระองค์ทรงยิ่งใหญ่กว่าบรรดาเทพเจ้าและกษัตริย์ทั้งปวงในโลก
ในขณะที่ มัทธิว 17:1–13 ตอนนี้คือเหตุการณ์ “การจำแลงพระกาย” (Transfiguration) พระเยซูทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นขึ้นไปบนภูเขาสูง แล้วทรงสำแดงพระสิริของพระองค์ พระพักตร์ของพระองค์เปล่งแสงเหมือนดวงอาทิตย์ และฉลองพระองค์ขาวดังแสงสว่าง โมเสสและเอลียาห์ปรากฏมาพูดกับพระองค์ เป็นภาพที่สื่อว่าพระเยซูคือ การเติมเต็มของธรรมบัญญัติและผู้เผยพระวจนะ และมีพระสุรเสียงจากเมฆตรัสว่า
“ท่านผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา เราชอบใจท่านมาก จงเชื่อฟังท่านเถิด” (ข้อ 5)
เสียงนี้ยืนยันตัวตนของพระเยซูในฐานะพระบุตรของพระเจ้า และเรียกให้สาวก ฟังและเชื่อฟังพระองค์ พระสิริของพระเจ้าไม่ใช่เพียงแสงสว่างภายนอก แต่คือการเปิดเผยถึง พระลักษณะที่แท้จริงของพระเยซู ในฐานะองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ครอบครองทั้งสิ้น
เหมือนนักปีนเขาที่ไต่ขึ้นยอดเขาสูง หลังจากเดินทางยากลำบาก พอถึงยอด เขาได้เห็นภาพงดงามกว้างใหญ่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ความงดงามนั้นทำให้เขารู้ว่า ทุกความเหน็ดเหนื่อยมีค่า สาวกทั้งสามบนภูเขาก็เช่นกัน เมื่อได้เห็นพระสิริของพระเยซู พวกเขาเข้าใจมากขึ้นว่าพระองค์ไม่ใช่เพียงครูหรือผู้ทำอัศจรรย์ แต่คือพระบุตรของพระเจ้าสูงสุด
พระสิริของพระเจ้าไม่ใช่เพียงความงดงาม แต่คือการสำแดงตัวตนของพระองค์ในฤทธานุภาพ ความบริสุทธิ์ และความรักอันยิ่งใหญ่ พระสิรินี้เป็นแสงแห่งความหวังที่เปล่งประกายท่ามกลางโลกที่มืดมัวด้วยบาป
เหมือนใน Advent ที่เราจุดเทียนแห่ง “ความยินดีและความหวัง” พระสิริของพระเจ้าเติมเต็มหัวใจเราด้วยความชื่นชมยินดี เพราะเรารู้ว่าพระเจ้าทรงอยู่ใกล้ และแผ่นดินของพระองค์กำลังมาถึง
ให้เราใคร่ครวญพระสิริของพระเจ้าเสมอ – ให้ Advent นี้นำใจของเราให้มีเวลาหยุดระลึกถึงความดี ความสัตย์ซื่อ และฤทธานุภาพของพระองค์
ให้การนมัสการนำเราสู่ความเปรมปรีดิ์ – เมื่อระลึกถึงพระองค์ อย่าหยุดเพียงการรับรู้ แต่ให้หัวใจน้อมลงกราบด้วยความยินดี
ให้เราฟังพระบุตรอย่างตั้งใจ – พระเจ้าตรัสว่า “จงฟังท่านเถิด” วันนี้เราก็ได้รับเชิญให้ฟังเสียงพระเยซูผ่านพระวจนะของพระองค์
อย่าอยู่แค่บนภูเขา แต่ลงไปสู่โลก – หลังจากเห็นพระสิริ พระเยซูทรงพาสาวกลงจากภูเขา เพื่อกลับไปรับใช้ในโลกของความจริง การสัมผัสพระสิริควรนำเราไปสู่การรับใช้และการแบ่งปันพระคุณ
“พระสิริของพระเจ้าไม่ได้ปรากฏแก่เราเฉยๆ แต่ให้เราออกไปสะท้อนพระสิริที่งดงามนั้นต่อโลก”
.
.
คำถามสำหรับการใคร่ครวญ
คุณเคยมีประสบการณ์ “เห็นพระสิริของพระเจ้า” ในชีวิตของคุณไหม? มันเปลี่ยนคุณอย่างไร?
ในวันนี้ คุณคิดว่าพระเจ้ากำลังเชิญคุณให้ “ฟังพระเยซู” ในเรื่องใด?
การเห็นพระสิริของพระเจ้านำคุณให้ออกไปรับใช้หรือสะท้อนความรักของพระองค์ต่อผู้อื่นอย่างไร?
คำอธิษฐาน: ข้าแต่พระบิดาแห่งพระสิริ ขอบพระคุณที่ทรงสำแดงความงดงามและฤทธานุภาพของพระองค์ผ่านทางพระเยซูคริสต์ผู้เป็นแสงแห่งโลก ในเทศกาลแห่งการรอคอยนี้ ขอทรงเปิดตาใจของข้าพระองค์ให้เห็นพระสิริของพระองค์ในแต่ละวัน ขอให้ความยินดีในพระองค์ขับไล่ความกลัว ความเหนื่อยล้า และความมืดในใจ ขอทรงทำให้ชีวิตของข้าพระองค์เป็นแสงเล็ก ๆ ที่สะท้อนพระสิริของพระคริสต์ เพื่อคนรอบข้างจะเห็นและถวายเกียรติแด่พระองค์
ในพระนามพระเยซูคริสต์ พระผู้เสด็จมาและจะเสด็จมาอีกครั้ง อาเมน
เรานมัสการพระเจ้าด้วยเพลง พระสิริ โอ้ พระสิริ
.
Leave a comment