Daily Devotion

This daily devotion is based on the Anglican Morning Office. It comes with selected readings from the Psalms and another Scripture text, accompanied by reflections and prayers. There is an audio option. It will be best to both read and listen. This devotion is also suitable for family prayers. The link to the entire Morning Office today is provided at the end of this devotion. These devotions are offered for weekdays only and begins on Ash Wednesday, 2025.

16 ธันวาคม 2025


วันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2025

สัปดาห์ที่ 3 ของเทศกาลเตรียมรับเสด็จ

ให้เราเริ่มต้นเช้าวันใหม่ ด้วยการสงบใจ จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า

เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระบิดาผู้ทรงเต็มด้วยพระสิริและพระคุณ ขอบพระคุณที่ทรงเรียกข้าพระองค์ให้มาหยุดพักต่อพระพักตร์พระองค์ในเช้าวันนี้ ขอทรงเปิดตาใจให้ข้าพระองค์ได้เห็นความงดงามแห่งพระสิริของพระองค์ และให้ใจของข้าพระองค์เต็มด้วยความชื่นชมยินดีในพระองค์แต่เพียงผู้เดียว 

สาธุการแด่พระเจ้า พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ บัดนี้ และสืบไปเป็นนิตย์ อาเมน

.

.

สดุดี 48:9-11

9ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ทั้งหลายไตร่ตรองถึงความรักมั่นคงของพระองค์เมื่ออยู่กลางพระวิหารของพระองค์ 10ข้าแต่พระเจ้า พระนามของพระองค์ไปถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลกฉันใด คำสรรเสริญพระองค์ก็ไปถึงฉันนั้น พระหัตถ์ขวาของพระองค์เต็มไปด้วยความชอบธรรม 11ขอภูเขาศิโยนจงยินดี ขอธิดาแห่งยูดาห์จงเปรมปรีดิ์เนื่องจากการพิพากษาของพระองค์

พระสิริจงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน

.

.

มัทธิว 17:1-13

1เมื่อล่วงไปได้หกวันแล้ว พระเยซูทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นน้องของยากอบขึ้นภูเขาสูงแต่ลำพัง 2แล้วพระองค์ก็ทรงได้รับการเปลี่ยนแปลงไปต่อหน้าพวกเขา พระพักตร์ของพระองค์ทอแสงเหมือนแสงอาทิตย์ ฉลองพระองค์ก็ขาวผ่องดุจแสงสว่าง 3ในทันใดนั้นโมเสสและเอลียาห์ก็มาปรากฏแก่พวกสาวก และพูดคุยกับพระองค์ 4เปโตรทูลพระเยซูว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ดีจริงๆ ที่เราอยู่กันที่นี่ ถ้าพระองค์มีพระประสงค์ ข้าพระองค์จะทำเพิงสามหลังที่นี่ สำหรับพระองค์หลังหนึ่ง สำหรับโมเสสหลังหนึ่ง สำหรับเอลียาห์หลังหนึ่ง” 5เปโตรทูลยังไม่ทันขาดคำก็เกิดมีเมฆสุกใสมาปกคลุมพวกเขาไว้ แล้วมีพระสุรเสียงออกมาจากเมฆนั้นว่า “ท่านผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา เราชอบใจท่านมาก จงเชื่อฟังท่านเถิด” 6พวกสาวกเมื่อได้ยินก็ซบหน้าลงและกลัวยิ่งนัก 7พระเยซูจึงเสด็จมาใกล้และทรงสัมผัสตัวพวกเขา ตรัสว่า “จงลุกขึ้นเถิด อย่ากลัวเลย” 8เมื่อพวกเขาเงยหน้าดูก็ไม่เห็นใคร เห็นแต่พระเยซูองค์เดียว 9ขณะเสด็จลงมาจากภูเขาพระเยซูตรัสสั่งพวกสาวกว่า “นิมิตซึ่งท่านทั้งหลายเห็นนั้น อย่าเล่าให้ใครฟังจนกว่าบุตรมนุษย์จะเป็นขึ้นมาจากความตาย” 10พวกสาวกก็ทูลถามพระองค์ว่า “ทำไมพวกธรรมาจารย์จึงบอกว่า ‘เอลียาห์จะต้องมาก่อน?’” 11พระเยซูตรัสตอบว่า “เอลียาห์จะมาจริงๆ และจะทำให้ทุกสิ่งคืนสู่สภาพเดิม 12แต่เราบอกท่านทั้งหลายว่าเอลียาห์นั้นมาแล้ว และเขาทั้งหลายไม่รู้จักท่าน แต่เขาได้ทำกับท่านตามที่ต้องการแล้ว บุตรมนุษย์ก็จะต้องทนทุกข์เพราะน้ำมือของพวกเขาเช่นกัน” 13แล้วพวกสาวกจึงเข้าใจว่า พระองค์ตรัสกับพวกเขาโดยทรงเล็งถึงยอห์นผู้ให้บัพติศมา

นี่คือพระวจนะของพระเจ้า

ขอบพระคุณพระเจ้า 

.

.

บทใคร่ครวญ: “พระสิริที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืด”

มนุษย์มักชื่นชมสิ่งงดงามของโลก ภูเขา พระอาทิตย์ขึ้น ดอกไม้ ผลงานศิลปะ แต่ความงดงามที่แท้จริงเหนือสิ่งอื่นใด คือ “พระสิริของพระเจ้า” พระสิริของพระเจ้าคือการสำแดงตัวตนของพระองค์ในฤทธานุภาพ ความบริสุทธิ์ และความรักอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเมื่อผู้ใดได้สัมผัสก็จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

ในช่วงเทศกาลเตรียมรับเสด็จ เราระลึกว่าพระเยซูคริสต์ผู้เสด็จมาครั้งแรกในความถ่อมตน จะเสด็จกลับมาอีกครั้งในพระสิริอันรุ่งโรจน์ การจำแลงพระกายบนภูเขาคือภาพล่วงหน้าของพระสิรินั้น พระสิริที่จะเติมเต็มโลกด้วยแสงแห่งความยินดีและความหวัง

เหมือนที่เปโตร ยากอบ และยอห์นได้เห็นพระสิริของพระองค์บนภูเขา เราเองก็ได้รับเชิญให้ “เห็น” พระสิรินั้นในจิตใจของเรา ผ่านความเชื่อและการนมัสการในช่วงเวลาแห่งการรอคอยนี้

ทั้งสดุดี 48 และมัทธิว 17 กล่าวถึง “การเห็นพระสิริ” ของพระเจ้า สดุดีในมุมมองของประชากรที่ระลึกถึงพระคุณของพระเจ้าในพระวิหาร และมัทธิวในมุมมองของสาวกที่เห็นพระสิริของพระเยซูบนภูเขาที่ทรงจำแลงพระกาย ทั้งสองตอนต่างย้ำว่า ผู้ที่ได้เห็นพระสิริของพระเจ้า ย่อมได้รับการเปลี่ยนแปลงจิตใจให้นมัสการและยำเกรงพระองค์

“ข้าแต่พระเจ้า เราได้คิดถึงความรักมั่นคงของพระองค์ในท่ามกลางพระวิหารของพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า คำสรรเสริญของพระองค์ก็เป็นที่รับรู้จนถึงสุดปลายแผ่นดินโลก พระหัตถ์ขวาของพระองค์เต็มด้วยความชอบธรรม ให้ภูเขาศิโยนเปรมปรีดิ์เถิด ให้ยูดาห์เปรมปรีดิ์เพราะเหตุการพิพากษาของพระองค์เถิด”

ผู้เขียนสดุดีระลึกถึง พระความรักมั่นคงของพระเจ้าในพระวิหาร  สถานที่แห่งการประทับของพระองค์ “พระนาม” และ “พระหัตถ์ขวา” สื่อถึงฤทธานุภาพและการกระทำอันชอบธรรมของพระเจ้า ซึ่งทำให้ประชากรของพระองค์เปรมปรีดิ์ นี่เป็นภาพของการนมัสการที่เกิดจากการระลึกถึงพระสิริและพระคุณของพระเจ้า พระองค์ทรงยิ่งใหญ่กว่าบรรดาเทพเจ้าและกษัตริย์ทั้งปวงในโลก

ในขณะที่ มัทธิว 17:1–13 ตอนนี้คือเหตุการณ์ “การจำแลงพระกาย” (Transfiguration) พระเยซูทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นขึ้นไปบนภูเขาสูง แล้วทรงสำแดงพระสิริของพระองค์ พระพักตร์ของพระองค์เปล่งแสงเหมือนดวงอาทิตย์ และฉลองพระองค์ขาวดังแสงสว่าง โมเสสและเอลียาห์ปรากฏมาพูดกับพระองค์ เป็นภาพที่สื่อว่าพระเยซูคือ การเติมเต็มของธรรมบัญญัติและผู้เผยพระวจนะ และมีพระสุรเสียงจากเมฆตรัสว่า

“ท่านผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา เราชอบใจท่านมาก จงเชื่อฟังท่านเถิด” (ข้อ 5)

เสียงนี้ยืนยันตัวตนของพระเยซูในฐานะพระบุตรของพระเจ้า และเรียกให้สาวก ฟังและเชื่อฟังพระองค์  พระสิริของพระเจ้าไม่ใช่เพียงแสงสว่างภายนอก แต่คือการเปิดเผยถึง พระลักษณะที่แท้จริงของพระเยซู ในฐานะองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ครอบครองทั้งสิ้น

เหมือนนักปีนเขาที่ไต่ขึ้นยอดเขาสูง หลังจากเดินทางยากลำบาก พอถึงยอด เขาได้เห็นภาพงดงามกว้างใหญ่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ความงดงามนั้นทำให้เขารู้ว่า ทุกความเหน็ดเหนื่อยมีค่า สาวกทั้งสามบนภูเขาก็เช่นกัน เมื่อได้เห็นพระสิริของพระเยซู พวกเขาเข้าใจมากขึ้นว่าพระองค์ไม่ใช่เพียงครูหรือผู้ทำอัศจรรย์ แต่คือพระบุตรของพระเจ้าสูงสุด

พระสิริของพระเจ้าไม่ใช่เพียงความงดงาม แต่คือการสำแดงตัวตนของพระองค์ในฤทธานุภาพ ความบริสุทธิ์ และความรักอันยิ่งใหญ่ พระสิรินี้เป็นแสงแห่งความหวังที่เปล่งประกายท่ามกลางโลกที่มืดมัวด้วยบาป

เหมือนใน Advent ที่เราจุดเทียนแห่ง “ความยินดีและความหวัง” พระสิริของพระเจ้าเติมเต็มหัวใจเราด้วยความชื่นชมยินดี เพราะเรารู้ว่าพระเจ้าทรงอยู่ใกล้ และแผ่นดินของพระองค์กำลังมาถึง

ให้เราใคร่ครวญพระสิริของพระเจ้าเสมอ – ให้ Advent นี้นำใจของเราให้มีเวลาหยุดระลึกถึงความดี ความสัตย์ซื่อ และฤทธานุภาพของพระองค์

ให้การนมัสการนำเราสู่ความเปรมปรีดิ์ – เมื่อระลึกถึงพระองค์ อย่าหยุดเพียงการรับรู้ แต่ให้หัวใจน้อมลงกราบด้วยความยินดี

ให้เราฟังพระบุตรอย่างตั้งใจ – พระเจ้าตรัสว่า “จงฟังท่านเถิด” วันนี้เราก็ได้รับเชิญให้ฟังเสียงพระเยซูผ่านพระวจนะของพระองค์

อย่าอยู่แค่บนภูเขา แต่ลงไปสู่โลก – หลังจากเห็นพระสิริ พระเยซูทรงพาสาวกลงจากภูเขา เพื่อกลับไปรับใช้ในโลกของความจริง การสัมผัสพระสิริควรนำเราไปสู่การรับใช้และการแบ่งปันพระคุณ

“พระสิริของพระเจ้าไม่ได้ปรากฏแก่เราเฉยๆ แต่ให้เราออกไปสะท้อนพระสิริที่งดงามนั้นต่อโลก”

.

.

คำถามสำหรับการใคร่ครวญ

คุณเคยมีประสบการณ์ “เห็นพระสิริของพระเจ้า” ในชีวิตของคุณไหม? มันเปลี่ยนคุณอย่างไร?

ในวันนี้ คุณคิดว่าพระเจ้ากำลังเชิญคุณให้ “ฟังพระเยซู” ในเรื่องใด?

การเห็นพระสิริของพระเจ้านำคุณให้ออกไปรับใช้หรือสะท้อนความรักของพระองค์ต่อผู้อื่นอย่างไร?

คำอธิษฐาน: ข้าแต่พระบิดาแห่งพระสิริ ขอบพระคุณที่ทรงสำแดงความงดงามและฤทธานุภาพของพระองค์ผ่านทางพระเยซูคริสต์ผู้เป็นแสงแห่งโลก ในเทศกาลแห่งการรอคอยนี้ ขอทรงเปิดตาใจของข้าพระองค์ให้เห็นพระสิริของพระองค์ในแต่ละวัน ขอให้ความยินดีในพระองค์ขับไล่ความกลัว ความเหนื่อยล้า และความมืดในใจ ขอทรงทำให้ชีวิตของข้าพระองค์เป็นแสงเล็ก ๆ ที่สะท้อนพระสิริของพระคริสต์ เพื่อคนรอบข้างจะเห็นและถวายเกียรติแด่พระองค์

ในพระนามพระเยซูคริสต์ พระผู้เสด็จมาและจะเสด็จมาอีกครั้ง อาเมน

เรานมัสการพระเจ้าด้วยเพลง พระสิริ โอ้ พระสิริ 

Youtube Link

.

Link to today’s Morning Office

Leave a comment

Navigation

About

This project is initiated by Revd Canon Terry Wong, Vicar of Marine Parade Christian Centre. Various clergy , pastors and lay members are also contributing in writing or voicing. For feedback or questions, please email Canon Wong at terrywg@gmail.com